[KHR/RMC] Fiction for my Buddy
posted on 14 Feb 2012 16:52 by irregularจริงสิ ได้โปสการ์ดปีใหม่เรียบร้อยแล้วนะคะท่านเรนนี่ สวยมากกกกก ขอบคุณมากๆ เลยค่า XD จะเอาไปประดับหิ้งบูชา #ฮา
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
กรุณาอย่านำฟิกไปโพสต์ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนนะคะ
Special Thanks!: คครบ. ขอบคุณที่เป็นเบต้าให้ค่ะ กร๊าก XD
Original: http://serafica.web.fc2.com/loveisall.html
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Love is all
มีคำพูดว่า ‘ความรักคือทุกสิ่ง’... แต่ฉันคิดว่ายังไงคนเราก็คงโยนองค์ประกอบต่างๆ ที่จำเป็นในการใช้ ‘ชีวิตประจำวัน’ ทิ้งไม่ได้หรอก แล้วก็คิดด้วยว่าพื้นที่ส่วนมากของ ‘ชีวิตประจำวัน’ นั่น ถูกสิ่งที่เรียกว่า ‘อาหาร’ ครอบครองเอาไว้อยู่
ชีวิตที่ขาดแคลนอาหารมันก็ไม่ต่างอะไรกับโศกนาฏกรรม โดยเฉพาะสำหรับพวกคนทำงานใช้แรงอย่างพวกฉันนี่ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตายชัดๆ ที่สำคัญยิ่งใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่ตั๋วไปเข้าเฝ้ายมบาลอาจร่อนมาหาได้ทุกเมื่อแบบนี้ จะอยากลิ้มรสอาหารทุกมื้อให้มันคุ้มค่ากับที่ยังมีลมหายใจก็ไม่แปลกไม่ใช่หรือไง .... หรือต่อให้ไม่คิดถึงเรื่องพวกนั้น ฉันก็ยังมีความสุขที่ได้ทานอะไรอร่อยๆ กับโกคุเดระอยู่ดี แน่นอนว่ารวมถึงการได้เห็นหมอนั่นทานอาหารที่ฉันทำด้วย
อาหารเป็นพื้นฐานของปัจจัยสี่ เป็นต้นกำเนิดของความสุข
ฉันเริ่มคิดเช่นนั้นหนักข้อขึ้นหลังจากที่เริ่มอยู่กับโกคุเดระ(ซึ่งพูดอย่างนี้ทีไรหมอนั่นต้องโกรธทุกที เพราะสำหรับเจ้าตัวแล้วมันเป็นงานหรือภารกิจสืบข่าว)ในอิตาลีไปได้ราวๆ หนึ่งเดือน...
“นี่ โกคุเดระ”
“ไม่ได้”
หมอนั่นตอบกลับอย่างรวดเร็... ไม่สิ ฉันยังไม่ทันพูดอะไรเลย เพราะงั้นมันไม่ควรจะเรียกว่าตอบสินะ
“..... เอ่อ โกคุเดระ?”
“อะไร จะขอให้ซื้อไมโครเวฟให้ใช่ไหมล่ะ? ไม่ได้”
โกคุเดระตัดบทห้วนๆ ไม่ให้ฉันได้มีโอกาสพูดอะไรต่อโดยไม่ยอมละสายตาจากหนังสือพิมพ์ที่กางอยู่บนโต๊ะ อุ... ก็ดีใจอยู่หรอกนะที่รู้ใจกันขนาดนี้ แต่จะเว้นช่วงหยุดคิดก่อนตอบอะไรมาสักหน่อยก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่?
เอาเป็นว่ายังไงก็ต้องพยายามไม่ให้โดนตัดจบกันเสียดื้อๆ อย่างนี้ ฉันเลยพยายามหาเรื่องคุยต่อ
“ทำไมถึงรู้ล่ะว่าฉันจะพูดเรื่องไมโครเวฟ?”
“ทำไมน่ะเรอะ”
โกคุเดระพูดขึ้นด้วยเสียงเรียบๆ
“ก็เมื่อกี้นายจ้องโฆษณาทีวีเขม็งเลยไม่ใช่หรือไง”
ถ้าไม่โง่ก็คงเดาได้กันทั้งนั้นล่ะ หมอนั่นบอกพลางหัวเราะหยันๆ อืม.. ดูท่าจะต่อกรยากกว่าที่คิดแฮะ ฉันนึกพลางหัวเราะตอบกลับไป นั่นสินะ จะว่าไปมันก็จริงอย่างที่หมอนั่นพูด ว่าแต่โกคุเดระ... เห็นนั่งอ่านหนังสือพิมพ์เงียบอย่างงั้นยังอุตส่าห์คอยดูว่าฉันดูอะไรอยู่ด้วยเหรอเนี่ย
ฉันพยักหน้าพลางถอนใจหนักๆ ออกมา ลงเป็นแบบนี้แล้วคงไม่มีทางเลือกอื่น... ต้องลุยกันซึ่งๆ หน้านี่ล่ะ
ปัง! ฉันวางมือทั้งสองข้างลงบนโต๊ะ และก้มหัวให้อีกฝ่ายจนหน้าผากแทบจะกระแทกกับมัน
“....... ขอร้องล่ะครับ”
ไมโครเวฟ ถ้าเป็นไปได้ขอแบบที่มีโหมดเตาอบด้วย
“ซื้อเถอะครับ”
หรือพูดว่าขอให้ฉันซื้อเหอะอาจจะถูกกว่า
พูดจบฉันก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นพนมมือขอร้องโดยยังไม่ยอมเงยหน้า
จริงๆ แล้วก็สงสัยเหมือนกันนะว่าทำไมตัวเองต้องทำถึงขนาดนี้ ก็ไมโครเวฟน่ะใช่ว่าซื้อมาแล้วฉันจะใช้อยู่แค่คนเดียวนี่? ซื้อมาโกคุเดระก็ใช้ได้เหมือนกันนา? แล้วอีกอย่างถ้ามีไมโครเวฟใช้แล้วฉันอาหารทำได้ดีขึ้นคนที่จะได้กำไรที่สุดก็คือโกคุเดระไม่ใช่หรือไง!? ไปซื้อด้วยกันสักอันก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่!
“..... นะ?”
ฉันเงยหน้าขึ้นมองโกคุเดระผู้เริ่มมีท่าทีลำบากใจอีกครั้งด้วยสายตาอ้อนวอน อย่างน้อยตอนนี้หมอนั่นก็ไม่ได้ทำหน้า ‘ไม่มีทางเด็ดขาด’ อย่างเมื่อกี้ล่ะ
ฉันก้มหัวอีกครั้งพลางพูดซ้ำว่า ‘ขอร้องล่ะ’
โธ่ ถ้าไปคนเดียวเองได้ฉันก็ไปแล้ว เงินก็มี ภาษาอิตาลีก็พอจะพูดได้บ้างแล้ว
แต่โกคุเดระเองก็รู้ใช่ไหมล่ะ? ว่าการจะหาซื้อเครื่องไมโครเวฟในแถบบ้านนอกของอิตาลีน่ะมันลำบากยากเย็นแค่ไหน! ก็เล่นไม่มีขายในร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าอ่ะ? ไม่สิ มันก็ไม่ใช่ว่าไม่มีเลยหรอก แต่มันมีให้เลือกอยู่ไม่กี่แบบ แล้วก็ไม่มีรุ่นที่มีฟังก์ชันที่ฉันอยากได้ด้วยอ่ะ! หนำซ้ำเจ้าของร้านยังดูจะไม่ชอบไอ้เครื่องนี่เท่าไหร่จนไม่ค่อยยอมฟังที่ฉันพูดอีก! นี่โดนถามกลับมาเฉยเลยนะว่า “มันจำเป็นจริงๆ เรอะ?” ! แถมยังโดนพูดว่า “ใช้ของพรรค์นั้นทำอาหารเนี่ยนะ มันจะน่าเศร้าไปแล้ว” โหดร้ายจะตายไม่ใช่หรือไง?!
ความจริงฉันตกใจนะ... จริงๆ จนป่านนี้ก็ยังไม่ชินเลยด้วยซ้ำ... ที่เค้าว่า ‘เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่เป็นที่แพร่หลายในอิตาลี’ น่ะ
จะว่ายังไงดีล่ะ เวลาจะทำความสะอาดก็ใช้ไม้กวาดกับที่ตักผง เวลาทำอาหารก็เปิดเตาแก๊สทำกัน ‘เป็นเรื่องปกติ’ ขนาดจะอุ่นของเก่ากินยังใส่ลงหม้อแล้วตั้งไฟต้มเลย(ถึงปกติพวกฉันจะไม่กินเหลือก็เหอะ) เพราะงั้นเครื่องใช้อย่างเตาไมโครเวฟนี่ถึงจะพยายามโฆษณามากแค่ไหน...ก็ดูจะไม่มีคนสนใจเท่าไหร่นัก แน่ล่ะว่าในเมืองใหญ่อย่างโรมหรือมิลาโนอาจจะต่างออกไป แต่เอาเป็นว่าครอบครัวที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียงตอนนี้ไม่มีบ้านไหนที่มีไมโครเวฟอยู่ในครอบครองเลยแม้แต่ที่เดียว (ทำไมฉันถึงรู้แม้แต่เรื่องของเพื่อนบ้านน่ะเหรอ เพราะแอบสืบไปพร้อมกับตอนทำงานหลักเก็บข้อมูลแถวๆ นี้ไปด้วยน่ะสิ แล้วก็กะไว้ว่าถ้าเจอใครมีก็จะใช้แผน “คุณ XXX มีอ่ะ!” กับโกคุเดระดู แต่ผลก็อย่างที่เห็นล่ะนะ...)
ฉันไม่ได้จะต่อต้านชีวิตแบบดั้งเดิมที่ไม่พึ่งพาเทคโนโลยีหรอกนะ แต่ไมโครเวฟมันจำเป็นสำหรับฉันจริงๆ โกคุเดระอาจจะเห็นว่ามันเป็น ‘ของพรรค์นั้น’ แต่นั่นมันเพราะหมอนั่นไม่ทำอาหาร เลยไม่เข้าใจน่ะสิว่าไม่มีแล้วมันลำบากแค่ไหน ยังไงจะก็ยืนยันล่ะว่าฉันอยากได้!
..... ฉันก็แค่อยากให้ไปซื้อด้วยกันเท่านั้นเองอ่ะ อยากให้โกคุเดระไปเดินดูตามร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วเลือกด้วยกัน ไม่งั้นก็ซื้อไม่ได้ซะที!
คนที่พูดภาษาของพื้นที่นั้นๆ ได้กระท่อนกระแท่นต้องพยายามหาซื้อสินค้าราคาแพงที่คนแถวนั้นไม่ใช้กัน... คิดยังไงมันก็เป็นภารกิจโหดหินชัดๆ แถมฉันไม่อยากหลับหูหลับตาซื้อมาแล้วมาโดนโกคุเดระเฉ่งเอาทีหลังด้วย (เพราะถ้าเลือกมาไม่เข้ากับเฟอร์นิเจอร์อื่นห้องที่แต่งไว้ก็เสียหมดอีก)
“............”
โกคุเดระทำหน้าครุ่นคิดแล้วนิ่งเงียบไป จริงๆ หมอนั่นก็ไม่ได้คัดค้านอะไรเรื่องไมโครเวฟหรอก แต่ไม่อยาก ‘ไปซื้อด้วยกัน’ ต่างหาก เพราะดูเหมือนเจ้าตัวจะรู้สึกว่าผู้ชายสองคนไปเดินเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยกันมันดูน่าอายสิ้นดี และไมโครเวฟดูจะไม่ใช่ของที่หมอนั่นจะอยากได้จนยอมทำขนาดนั้น
ฉันเงยหน้าขึ้นก่อนที่จะพูดต่อ
“น่า ซื้อมาก็ทำอะไรได้สะดวกขึ้นนะ เตรียมอาหารได้ง่ายขึ้นด้วย! ถ้าเวลาที่ใช้ทำอาหารลดลงก็แบ่งเวลาไปทำอย่างอื่นได้ใช่ไหมล่ะ จะได้มีเวลาไปใส่ใจกับงานของแฟมิลีมากขึ้นด้วย? แถมโกคุเดระจะได้ทำอาหารให้อุริได้เองด้วยนะ!”
“..... นายเป็นเซลล์แมนเรอะ”
“น่า ขอร้องล่ะ โกคุเดระเองก็ใช้เหมือนกันนี่นา ถ้ามีไมโครเวฟแล้วต่อให้ฉันไม่อยู่ก็อุ่นกับข้าวกินเองได้ด้วยนา”
ใช่ แล้วฉันก็พูดเสริมต่อว่า
“พอฉันไม่อยู่นายก็ไม่ได้ทานอะไร... ฉันเป็นห่วงนะ”
โกคุเดระเป็นคนไม่ทำอาหาร หรือพูดให้ถูกก็คือต่อให้คิดจะทำก็ขาดแคลนสกิลขั้นร้ายแรง เพราะงั้นเวลาอยู่คนตัวคนเดียวตัวเลือกที่เหลืออยู่ก็จะกลายเป็นไปทานอาหารตามภัตตาคารไปโดยอัตโนมัติ แต่ตั้งแต่มาที่นี่ตัวเลือกนั้นก็หายไปด้วยเหตุที่ว่าในเมืองเล็กๆ อย่างนี้มีร้านให้เลือกจำกัด และเจ้าตัวบอกว่าไม่อยากสร้างคนรู้จักในเมืองที่มาแฝงตัวสืบข่าว..... ดังนั้นตอนนี้โกคุเดระก็เลยแทบจะไม่ได้ทานอะไรนอกจากอาหารที่ฉันทำ
แล้วจะไม่ให้ห่วงได้ยังไง... โกคุเดระชอบบอกว่ากินอาหารเย็นชืดไม่ลง แต่จะทำทิ้งไว้ให้ก็เอาไปอุ่นเองไม่ได้อีก ถ้าวันไหนฉันกลับช้าก็ได้แต่รอไม่กินอะไรเลย คราวก่อนตอนที่ฉันกลับหลังเที่ยงคืนก็เกือบอดตายไปทีแล้ว แต่ต่อให้มาโวยวายใส่ว่าไม่ได้กินอะไรทั้งวันนอกจากชีสฉันเองก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกันนะ
“นะ ถ้ามีไมโครเวฟล่ะก็นายจะได้ทานข้าวได้ไม่ต้องรอฉันไงล่ะ แล้วจะได้ไปนอนพักก่อนได้ด้วย โกคุเดระจะได้สบายขึ้นไง”
ว่าก็ว่าเถอะ ถ้ามีเวลาที่พักได้ก็อยากให้พักไว้ก่อนนั่นล่ะ เพราะงั้นถ้าลดเวลาที่เสียไประหว่างรอทานข้าวได้ก็น่าจะทำ
“นะ เพราะงั้นน่ะ...”
“ไม่ใช่เสียหน่อย”
โกคุเดระตัดบทการชักแม่น้ำทั้งห้าของฉันด้วยสีหน้าบึ้งตึงก่อนที่จะย้ำอีกรอบว่า “ไม่ใช่” ออกมาด้วยเสียงอันเบา หลังจากนั้นหมอนั่นก็พับหนังสือพิมพ์แล้วหันมาจ้องฉันด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก
“ฉันก็ไม่ได้รอนายเพราะอยากกินข้าวหรอกนะ”
“ไปตายซะ” โกคุเดระบ่นพลางเดาะลิ้นอย่างหงุดหงิด ก่อนที่จะลุกพรวดขึ้นยืน
“อีกอย่างฉันมั่นใจว่าต่อให้มีไมโครเวฟก็จะยังใช้ไม่ได้อยู่ดี ต่อให้ซื้อมาก็แค่เปลี่ยนมารอนายกดปุ่มให้เท่านั้นล่ะ”
หมอนั่นหัวเราะพลางพูดต่อว่าสมน้ำหน้า ด้วยท่าทีที่.... จะว่าปากเสียมันก็ออกจะน่ารักเกินไปหน่อยนะ...
ฉันได้แต่ทำคอตกอย่างหมดหวัง... แพ้แล้ว โธ่ โดนบอกอย่างนั้นใครจะไปพูดอะไรอีกได้กันล่ะ ใครจะไปกล้าบอกอีกว่า “ทานไปก่อนคนเดียวเถอะนะ” ฉันเองก็ดีใจเหมือนกันนั่นล่ะที่อุตส่าห์นั่งรอให้กลับมา ยิ่งได้ทานข้าวด้วยกันหลังทำงานมาทั้งวันยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่ อา... ขี้โกงชะมัดเลยโกคุเดระ จะขี้โกงเกินไปแล้วนะ!
ฉันกำมือแน่นพลางกลั้นน้ำตาล้มเลิกความฝันเรื่องไมโครเวฟ ก่อนที่จะเอ่ยปาก “ถ้าอย่างนั้น..” แล้วพูดต่ออย่างดันทุรังว่า
“..... อยากได้หม้อหุงข้าวอ่ะ”
“นี่นาย ถ้าแค่อยากไปซื้อของกับฉันล่ะก็บอกมาดีๆ ซะแต่แรกสิ”
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ลงเสร็จชิ่ง... ไปส่องเควสอื่นๆ ต่อล่ะค่ะ 8D
ลป. รอร๊อรอดีวีดีรีโบคอนห้า ใครสปอล์ยสาปจริงๆ ด้วย #ดูมัน















