แปล Psycho-Pass/Zero 1.2-1.3

posted on 15 Feb 2013 21:04 by irregular directory Cartoon

กลิ้งมาแปะนิยายไซโคพาสฉบับแปลต่อจากเอนทรีที่แล้ว

ตอนนี้ที่เว็บ Noitamina มีตัวอย่างนิยายลงถึงตอนถึงพาร์ท 5 ของบทที่ 1 ล่ะค่ะ แล้วยิ่งนกฮูกยิ่งอ่าน+เล่าให้พี่ยูระฟัง ยิ่งรู้สึกว่า.......................

 

............................. ต่อข้างล่างเหมือนเดิมละกันค่ะ 8D #เกรียนอีกละ


 

 

+++++++++++++++++++++++++++

 

******

 

กรุณาอย่านำบทแปลไปเผยแพร่ที่อื่น

โดยไม่ได้รับอนุญาตค่ะ


******

 

 

 

Noitamina Novel

PSYCHO-PASS/Zero Namae no Nai Kaibutsu

ผู้เขียน : Takaha Aya

Source: http://noitamina.tv/novel/

แปล : irregulars

แปลบ้างเรียบเรียงบ้างตามแต่นกฮูกตัวบนจะไปเกาะขอให้ช่วยเพราะมันนึกไม่ออก : Taiki

Special Thanks : Hiyuura ขอบคุณสำหรับชื่อภาษาไทย+ศัพท์เฉพาะในเรื่องเวอร์ Eng

(เนื่องจากนกฮูกดูเวอร์ดิบ 8D;;;)ค่าาาา XD

 

 

บทที่ 1.1

 

 

 

PSYCHO-PASS/Zero

สัตว์ประหลาดที่ไร้นาม

Chapter 1

 

 

2


“นี่ ถ้าไม่มีธุระอะไรขอฉันกลับได้มั้ย?”

คิริโนะ โทโกะพูดขึ้นระหว่างมองชายสองคนที่กำลังเขม่นกันอยู่สลับไปมา

หนาว

พวกผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้เอาแต่เถียงกันโดยไม่สนใจจะหาเครื่องดื่มร้อนๆ หรือผ้าขนหนูให้เด็กสาวผู้ซึ่งเปียกปอนไปทั้งตัวเลย อุณหภูมิร่างของโทโกะที่เย็นเฉียบเพราะไปตากลมหนาวในเดือนกุมภาพันธ์มา แทบจะลดต่ำลงยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้เจอบรรยากาศเย็นเยือกของสองคนนี้

“ว่าแต่มันหนาวนะ ปรับอุณภูมิเครื่องปรับอากาศให้สูงกว่านี้ไม่ได้เหรอ?”

ในปีนี้โทโกะกำลังจะมีอายุครบ 16 ปี และตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีใครเสียมารยาทกับเธอเช่นนี้เลย

เธอเข้าโรงเรียนโอโซซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนชื่อดังตั้งแต่เด็ก และถูกดูเลี้ยงอย่างทะนุถนอมท่ามกลางบรรดาคุณหนูด้วยกันมาตลอด ต่อให้ออกไปนอกโรงเรียน ถ้าสวมชุดนักเรียนที่เป็นชุดกะลาสีซึ่งเปรียบเหมือนสัญลักษณ์อย่างหนึ่งอยู่คนรอบข้างก็จะปฏิบัติต่อเธออย่างสุภาพ

แล้วดูตอนนี้สิ

ทั้งชุดนักเรียนแบบอนุรักษ์นิยม และเรือนผมหนาสีดำขลับที่ภาคภูมิใจต่างเปียกโชกจนแนบชิดกับตัว... ทั้งๆ ที่เธออยู่ในสภาพน่าเวทนาชนิดที่ว่าถ้าบิดาผู้เข้มงวดได้มาเห็นคงร้องไห้เป็นเขื่อนแตกแน่ ผู้ใหญ่สองคนนี้ก็ไม่มีทีท่าดูจะเป็นห่วงเธอแม้แต่นิดเดียว

เธอรู้สึกเหลืออดแล้ว ทั้งด้านร่างกายและด้านจิตใจ

และดูเหมือนว่าชายผมสั้นจะรู้สึกได้ว่าโทโกะกำลังอารมณ์ไม่ดี เขาจึงหันไปพูดกับเธอพร้อมยิ้มให้อย่างเป็นมิตรด้วยท่าทีที่ต่างกับเมื่อสักครู่โดยสิ้นเชิง

“โอ๊ะโทษทีที่ปล่อยทิ้งไว้ พอดีหมอนี่มันหัวแข็งไปหน่อย”

เท่าที่ฟังจากบทสนทนาเมื่อครู่ ตาผมดำน่าจะเป็นหัวหน้าของตาผมสั้น... แต่ตาผมสั้นกลับไม่มีท่าทีเกรงใจหรือเคารพอีกฝ่ายเลยแม้แต่นิดเดียว

ชายผมดำยักไหล่อย่างรู้สึกผิดเมื่อถูกโทโกะจ้องด้วยสายตาสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งสอง

“ขอโทษที เดี๋ยวจะปรับอุณหภูมิห้องแล้วสั่งผ้าขนหนูให้นะ”

เขากล่าวก่อนจะหันหลังให้โทโกะ และพูดใส่อุปกรณ์สายรัดข้อมือของตน “ผ้าขนหนูสองผืน...” ดูเหมือนจะสั่งเผื่อตัวเองด้วย

นั่นมันเครื่องมือสร้างโฮโลแกรมแบบพิเศษที่มีแต่เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานควบคุมสาธารณะเท่านั้นที่จะมีไว้ในครอบครอง... โทโกะจะชะโงกตัวไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าข่าวลือว่ามันไม่เหมือนกับเครื่องที่คนทั่วไปได้รับนั้นจริงหรือเปล่า แต่แล้วเป้าหมายของเธอถูกขัดขวางด้วยชายผมสั้นผู้โน้มตัวเข้ามาใกล้

“ชุดนักเรียนน่ารักดีนะ ของโรงเรียนโอโซใช่มั้ยน่ะ? ที่เป็นโคตรโรงเรียนคุณหนูนั่น”

แทนที่เด็กสาวจะรู้สึกตกใจที่อีกฝ่ายเข้ามาใกล้อย่างกะทันหัน ความรู้สึกไม่พอใจที่ถูกขวางกลับมีมากกว่า โทโกะจึงจ้องหน้าอีกฝ่ายกลับอย่างไม่พอใจโดยไม่ถอยหนี ชายผมสั้นมองท่าทีของเธออย่างประหลาดใจก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ

“เป็นคุณหนูที่ใจกล้าไม่เบานี่”

เขาพูดแล้วสูบบุหรี่อีกครั้งก่อนจะพ่นควันออกมาปุ๋ยๆ

สมัยนี้ยังมีคนสูบของโบราณอย่างนี้อยู่อีกเหรอเนี่ย คราวนี้ดวงตากลมโตของโทโกะจับจ้องไปที่บุหรี่ของชายผมสั้นอย่างสนอกสนใจ

“อื๋อ? อะไรกัน ไม่เคยเห็นเรอะ สูบมั้ย?” พูดจบชายผมสั้นก็ยื่นซองบุหรี่บี้ๆ ให้กับเด็กสาว ก่อนจะโดนผู้เป็นหัวหน้าตบหัวเอา

“ติดต่อไปที่โรงเรียนของเธอแล้ว รอคนมารับที่นี่นะ”

โทโกะรู้สึกหนาวยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินคำพูดของชายผมดำ ซึ่งเมื่อเขาเห็นเด็กสาวตัวสั่นน้อยๆ จึงถามออกมาว่า

“ยังหนาวอยู่เหรอ”

หนาว

และหนาวหนักขึ้นไปอีกเมื่อนึกถึงสีหน้าฉุนจัดของอาจารย์หญิงเจ้าอารมณ์ ผู้ซึ่งคงชักสีหน้าปั้นปึ่งเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งวัยผุดขึ้นเต็มไปหมดแล้วพูดกับเธอว่า “โทโกะซังนี่คุณอีกแล้วเหรอ?!” เป็นแน่

“ความจริง... ฉันกลับคนเดียวก็ได้แท้ๆ”

“จะโยนเด็กไม่บรรลุนิติภาวะออกไปข้างนอกเวลาแบบนี้ได้ยังไงล่ะ ยิ่งเด็กที่ไปเจอในเขตรกร้างยิ่งแล้วใหญ่”

ชายผมดำพูดต่อกับโทโกะที่นั่งทำหน้าบูดบึ้ง

“ไปเดินเล่นในเขตรกร้างกลางดึกนี่ดูจะไม่ใช่งานอดิเรกที่น่าชื่มชมเท่าไหร่นะ ตอนนี้มันอาจจะยังไม่มีผลกระทบกับสีของไซโคพาสก็จริง แต่ทำอย่างนี้ต่อไปจะเป็นยังไงไม่รู้หรอกนะ”

โทโกะชักสีหน้าบูดบึ้งด้วยความรู้สึกหนาวยะเยือกยิ่งกว่าเดิมเมื่อรู้สึกตัวว่าเป้าหมายในการอบรมของอีกฝ่ายเปลี่ยนจากชายผมสั้นมาเป็นตนเอง

การที่เด็กสาวธรรมดาวัย 16 ซึ่งถูกขังไว้ในคุกขนาดใหญ่ยักษ์ที่ชื่อว่าโรงเรียนประจำหญิงล้วนจะออกเที่ยวเล่นในเมืองเพราะต้องการหาอิสระเล็กๆ น้อยๆ มันผิดมากขนาดนั้นเลยหรือไง

ความจริงเธอเองก็รู้ตัวว่ามันออกจะเลยเถิดไปหน่อยสำหรับเด็กวัยรุ่นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่สถานที่ๆ โผล่ไปคือเขตรกร้างขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังทำใจก้มหัวขอโทษไม่ลง

โทโกะแสร้งทำเป็นเบนสายตาไปทางอื่น แล้วเริ่มม้วนปลายผมยาวประบ่าของตนเล่น

ท่าทีแบบนี้นี่แหละที่ใช้กับผู้ใหญ่ได้ผลที่สุด

หากนิ่งเงียบไปเรื่อยๆ เดี๋ยวอีกฝ่ายก็จะหมดความอดทนไปเอง และเมื่อได้เห็นอาการเช่นนั้นตัวเองก็จะสามารถคงความสงบเอาไว้ได้โดยธรรมชาติ โทโกะรู้ดีว่าการรักษาสถานะทางจิตใจให้เหนือกว่าด้วยเช่นนี้และคอยแอบดูถูกพวกผู้ใหญ่อยู่ในใจนี่ล่ะคือวิธีการรับมือที่ถูกต้องของวัยรุ่น

“นี่ ฟังอยู่หรือเปล่า”

ดูเหมือนชายผมดำจะกำลังตกที่นั่งลำบากเมื่อเจอท่าทางของโทโกะตามที่เธอเล็งเอาไว้

โทโกะปัดผมอย่างพึงพอใจและแอบแลบลิ้นใส่อีกฝ่ายในใจ

แล้วเธอก็ได้ยินเสียงชายอีกคนที่กำลังพยายามกลั้นหัวเราะดังมาจากข้างๆ

“ขนาดโคงามิยังสู้เด็กผู้หญิงม.ปลายไม่ได้เหรอเนี่ย”

ชายผมสั้นพูดอย่างขบขันแล้วหันไปจ้องโทโกะ

“คุณหนูอาจจะไม่รู้ แต่ในโลกนี้น่ะมีคนไม่ดีแบบที่คนปกติอาจจะคาดไม่ถึงอยู่นะ ... อย่างฉันเนี่ย”

โทโกะกรี๊ดลั่นและยกกระเป๋าขึ้นหวังฟาดเกรียนที่อยู่ๆก็ทำท่าหื่นกระหายอยากปล้ำตน *ซับนรก by พี่ยูระ*

โทโกะกรีดร้องและยกกระเป๋าขึ้นจะฟาดใส่ชายผมสั้นที่อยู่ๆ ก็ลุกขึ้นตั้งท่าจะคร่อมตน แต่ชายหนุ่มกลับปัดแขนของโทโกะออกไปอย่างง่ายดายราวกับรู้ตั้งแต่แรกว่าจะถูกเหวี่ยงกระเป๋าใส่ และคว้าข้อมือของเด็กสาวกดลงกับโต๊ะ จนร่างของโทโกะล้มลงบนโต๊ะตามข้อมือที่ถูกดึงไป ที่ล็อกกระเป๋าของเธอเปิดออกด้วยแรงกระแทกทำให้สิ่งของที่บรรจุอยู่ภายในกระเด็นออกมา

“อ.....!!!”

“อ้าว ตกใจจนพูดไม่ออกเลยเหรอ มีส่วนน่ารักเหมือนกั.....”

อยู่ๆข้อมือไอ้หื่นก็ถูกจับด้วยท่าเบนด์แอนด์ทวิสต์จับแยกออกจากโทโกะก่อนจะพูดจบ *ซับนรก by พี่ยูระอีกที 8D*

ชายหนุ่มโดนจับข้อมือบิดขึ้นสูงและถูกดึงออกห่างโทโกะก่อนที่จะทันได้พูดจบ

“เจ็บเจ็บเจ็บเจ็บ!!”

“นายนี่... ทำตัวให้มันดีๆ เสียทีเหอะ”

ชายผมดำหันไปขอโทษโทโกะทั้งๆ ที่ยังบิดข้อมือของชายผมสั้นอยู่ด้วยสีหน้าเอือมระอา

“ขอโทษนะ..... ไว้ฉันจะลากหมอนี่ไปอบรมใหม่”

นี่มันอะไรกันเนี่ย?

โทโกะหลุดหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้เมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า

ทั้งๆ ที่เปียกปอนไปทั้งตัว แถมยังถูกตำรวจควบคุมตัวลากมาอบรม(ซึ่งอีกเดี๋ยวก็คงโดนอ.หญิงเฉ่งอีกระลอก) อะไรๆ ก็ดูออกจะแสนเลวร้าย... แต่สิ่งที่เธอได้เห็นนี่มันสนุกมากจนทำให้แทบลืมอะไรๆ เหล่านั้นไปได้เสียหมด เป็นอย่างที่อาจารย์หรือพ่อว่าไว้เลย หากขังตัวอยู่ในโรงเรียนสตรีที่มีการป้องกันสุดเข้มงวดและปลอดภัยคงไม่มีโอกาสได้พบอะไรแบบนี้แน่

เพราะอย่างนี้ล่ะเธอถึงได้หยุดที่จะออกมาแอบดูโลกภายนอกไม่ได้

ดวงหน้าของชายผู้หนึ่งแวบเข้ามาในห่วงความคิด

’คนคนนั้น’ ก็คงรู้สึกเช่นเดียวกับตนไม่ผิดแน่--ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็ดีน่ะสิ เธอเช็ดน้ำตาที่เล็ดออกมาระหว่างหัวเราะขณะที่คิดเช่นนั้น

 

3

 

โคงามิและซาซายามะมองหน้ากันหลังถอนสายตาจากโทโกะผู้ที่เดี๋ยวก็โกรธ เดี๋ยวงอน เดี๋ยวหัวเราะ แสดงสีหน้าไม่ซ้ำกันเลยตั้งแต่เมื่อครู่

ในคืนนั้น พวกเขาพบเด็กสาวยืนอยู่คนเดียว ณ มุมหนึ่งของเขตรกร้างท่ามกลางสายฝน

เธอผู้สวมชุดกะลาสีและกระโปรงพลีทอัดกลีบที่ถูกรีดอย่างเรียบร้อย ถือกระเป๋านักเรียนหนังสีดำยืนอยู่นั้น ช่างดูไม่เข้ากับสถานที่ที่ทุกสิ่งโดยรอบแปดเปื้อนไปด้วยสิ่งสกปรกเอาเสียเลย

ภาพของร่างที่เปียกปอนด้วยหยาดน้ำฝนซึ่งถูกแสงไฟนีออนหลากสีภายในเขตรกร้างสาดส่องนั้นชวนให้ซาซายามะนึกถึงฉากหนึ่งในหนัง SF ที่เคยดูจนต้องหยุดมอง

คำว่าเพชรในตมอาจจะเป็นสำนวนเก่า แต่ซาซายามะคิดว่ามันช่างเหมาะกับสิ่งที่ตนได้เห็นจริงๆ

ผิวขาวที่มองเห็นผ่านเรือนผมสีดำขลับซึ่งชุ่มไปด้วยน้ำฝนจนแนบติดกับร่างของผู้เป็นเจ้าของ และถูกย้อมให้กลายเป็นหลากสีด้วยแสงไฟนีออนทั้งฟ้า แดง หรือเหลืองนั้นช่างราวกับกำลังแสดงความสั่นไหวในจิตใจของเด็กสาวให้เห็นออกมาเป็นรูปธรรม จนซาซายามะไม่สามารถละสายตาไปจากประกายแสงที่สว่างวับเพียงชั่วครู่นั้นได้

ตอนนี้แม้เด็กสาวจะนั่งอยู่ใต้แสงไฟราบเรียบภายในกรม แต่สีหน้าที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลานั้นก็ยังชวนให้นึกถึงอัญมณีก่อนผ่านการเจียระไนซึ่งเต็มไปด้วยสีสันอันซับซ้อนไม่มีผิด

“เอาเป็นว่าสิ่งที่ฉันอยากจะบอกก็คือให้ความสำคัญกับตัวเองหน่อย!”

อัญมณีจะไม่รู้ว่าผู้อื่นมองประกายอันงดงามของตนด้วยสายตาเช่นไร

และไม่รู้ว่ามันมีเสน่ห์จนบางครั้งอาจกระตุ้นให้ผู้พบเห็นทำอะไรรุนแรงได้

“เพราะเด็กอายุขนาดเธอมีแนวโน้มจะเชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไปล่ะนะ เธอเองก็เคยคิดว่าต่อให้เกิดเรื่องแบบเมื่อกี้ขึ้นก็คงหาทางเอาตัวรอดได้ใข่มั้ยล่ะ”

โทโกะอ้ำอึ้งไปเมื่อถูกซาซายามะพูดใส่เช่นนั้น

“ฟังให้ดีนะ ตอนนี้เธออาจจะคิดว่าไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ตัวเองทำไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำให้มั่นใจอย่างนั้นอยู่ได้คือความไม่รู้ ไม่มีอะไรจะน่าสมเพชไปกว่าการที่ต้องร้องไห้เพราะความโง่ของตัวเองหรอก นี่เป็นคำสอนจากผู้ใหญ่นะ เพราะงั้นไม่ผิดแน่”

“อะไรเล่า... ทำเป็นเก่ง ทั้งๆ ที่เป็นอาชญากรทางความคิดแท้ๆ”

“ฮะๆ มันก็จริง”

ซาซายามะหัวเราะเบาๆ ก่อนจะตบหัวโทโกะปุๆ สองครั้ง แล้วหันไปเก็บข้าวของของเด็กสาวที่กระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะ

เขาเก็บของใช้สีสันสวยงามเหมาะกับเด็กผู้หญิงขึ้นมาทีละชิ้นๆ ซึ่งในของเหล่านั้นมีหนังสือเรียนหรือสมุดกระดาษที่พบเห็นได้ยากแล้วในปัจจุบันปะปนอยู่กับอุปกรณ์อิเล็กโทรนิคอย่าง Tablet หรือ Data Stick ด้วย ดูเหมือนโรงเรียนโอโซของโทโกะคงจะสนับสนุนการใช้เครื่องมือช่วยจำแบบอนาล็อค

นี่สินะเหตุผลที่ได้ชื่อว่า ‘สถานศึกษาอนุรักษ์นิยมอันมีชื่อ’ ระหว่างที่ซาซายามะคิดอย่างชื่นชมพลางกวาดตามองข้าวของที่กระจัดกระจาย สายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับวัตถุชิ้นหนึ่ง

“กล้องเลนส์เดี่ยวนี่นา.....”

ตัวเครื่องสีดำเป็นมันเงาและเลนส์ที่มีขนาดใหญ่กว่ากำปั้นผู้ชายตั้งโดดเด่นอยู่ท่ามกลางวัตถุสีพาสเทลหลากสีสันเช่นชมพูและเหลือง

“แถมนี่มัน NICHROME D7000 นี่! รุ่นโคตรดังเลยนะ? เธอใช้ไอ้นี่เรอะ?”

พูดจบชายหนุ่มก็ยกกล้องขึ้นส่องช่องจับภาพ

“โอ๊ะ! ไอ้ความรู้สึกหน่วงมือแบบนี้มันดีจริง!”

“นี่! อย่าเอาไปเล่นตามใจชอบสิ!”

ซาซายามะเอี้ยวตัวหลบโทโกะผู้เอื้อมมือพยายามแย่งกล้องคืนอย่างสบายๆ แล้วพินิจพิจารณาแต่ละส่วนของกล้องต่อ

“ไอ้นี่ยังใช้ได้อยู่เรอะเนี่ย? นี่มันของเมื่อหลายสิบปีก่อนแล้วนะ? ตั้งแต่สมัยญี่ปุ่นยังเป็นประเทศอุตสาหกรรมน่ะ”

ซาซายามะพูดโดยไม่มีทีท่าสนใจโทโกะที่กระโดดเหยงๆ พยายามจะแย่งของรักของหวงคืน ซ้ำยัง...

“ขอดูข้อมูลหน่อยสิ”

แล้วเขาก็สั่งให้เครื่องสร้างโฮโลแกรมของตนแสดงผลข้อมูลออกมาโดยไม่รอคำอนุญาติจากผู้เป็นเจ้าของ ทำให้ภาพถ่ายจำนวนมากถูกฉายขึ้นมาต่อหน้าทั้งสามคนพร้อมๆ กับที่เสียงกรี๊ดของโทโกะดังลั่นไปทั่วห้อง

“เปิดข้อมูลของคนอื่นดูเองได้ยังไง แย่ที่สุด!!”

“อะไรเล่า มีรูปโป๊เซฟไว้หรือไง?”

"รูปโป๊..... เอ๋?"

“งั้นยิ่งต้องตรวจสอบเข้าไปใหญ่ ♪” *♪ นี่มีตั้งแต่ในต้นฉบับนะเออ นกฮูกเปล่าเติมเองนะ 8D;;;*

“เฮ้ย ซาซายามะ.....”

ภาพที่ถ่ายคู่กับเพื่อน ภาพภายในโรงเรียนหรือบรรยากาศเวลารับประทานอาหาร... ในเหล่ารูปชีวิตประจำวันอันแสนสงบสุขและดูมีระดับของโทโกะนั้น มีรูปถ่ายพื้นที่รกร้างหลายใบเข้าไปปะปนอยู่

“นี่มัน...? รูปที่ถ่ายคืนนี้เหรอ?”

โคงามิถามอย่างข้องใจเมื่อเห็นรูปถ่ายแปลกปลอมเหล่านั้น

“ก็ใช่น่ะสิ! คิดว่าถ้าเป็นในเขตรกร้างล่ะก็น่าจะถ่ายภาพน่าสนใจได้บ้างน่ะ! พอได้แล้วเอาคืนมานะ!”

คราวนี้ซาซายามะเป็นฝ่ายเอ่ยปากถามโทโกะที่กำลังโกรธจนหน้าแดง

“ที่ว่าภาพน่าสนใจนั่น... พูดจริงเรอะ?”

“หา?”

“ทั้งโฟกัสทั้งปรับแสงเละไปหมดอย่างนี้ดูจะเป็นปัญหายิ่งกว่าภาพน่าสนไม่สนอีกมั้ง”

หน้าของโทโกะร้อนวาบและแดงขึ้นยิ่งกว่าเดิมราวกับถูกบังด้วยฟิล์มสีเมื่อถูกว่าเช่นนั้น

“ก็มัน..... คือ.....! ฉันกำลังหัดอยู่นี่!!”

เด็กสาวผู้กำลังทั้งโกรธทั้งอายคว้ากล้องคู่ใจของตนคืนจากมือซาซายามะ ทำให้ภาพโฮโลแกรมที่ฉายอยู่ภายในห้องหายไปทันที

พจนานุกรมของตำรวจไม่มีคำว่าความเป็นส่วนตัวเหรอเนี่ย..... โทโกะคิดพลางพยายามสงบใจที่กำลังเต้นรัว

เธอหันไปทางต้นเสียงเมื่อได้ยินเสียงเครื่องจักรดังวื้อ และเห็นโดรนสำหรับทำงานทั่วไปถือผ้าขนหนูสงบนิ่งอยู่หน้าประตูกระจก ซาซายามะตรงไปหามันด้วยท่าทีเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่ และหยิบผ้าขนหนูโยนให้กับเด็กสาว

เธอรู้สึกสงบลงเมื่อได้สัมผัสเนื้อผ้าชั้นดีและกลิ่นหอมของน้ำยาปรับผ้านุ่ม รู้สึกได้ว่าอารมณ์ที่คุกรุ่นเมื่อครู่จางหายไปและจู่ๆ ร่างกายก็รู้สึกหนักอึ้งขึ้นมา ซึ่งมันทำให้โทโกะรู้ซึ้งถึงความเป็นเด็กของตนเองจนถอนใจออกมาเบาๆ

ความเป็นเด็กอย่างนี้ล่ะที่บั่นทอนความสนใจของ ‘คนคนนั้น’ ที่มีต่อเธอ

 

 

~To be Continued~

 

 

...................... ข้ารู้ข้าเห็นว่าคนอ่านกำลังคิดอะไร(เรอะ)

 

ที่แน่ๆ นกฮูกเชื่อว่าพอเริ่มพาร์ทสองทุกคนคง มีคนอื่นอยู่ในห้องด้วยเรอะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ เพราะอีนี่ก็เป็นเหมือนกันค่ะ แบบที่เถียงกันมาทั้งพาร์ทแรกนั่นไม่ได้อยู่กันสองคนเรอะะะะะะะะะะะะะ อะไรจะโลกส่วนตัวขนาดนั้น กร๊ากกกกกกกก *ทุบโต๊ะรัวๆ*

อ่านไปได้อีกหน่อย... ซาซายามะเถื่อนมาก เถื่อนมากกก 8D;;; จับกดเฉย(แต่ถ้าซาซาไม่ทำอะไรอีนี่ก็แอบสงสัยอยู่ว่าหมาจะแก้ปัญหาที่โทโกะกวนประสาทได้หรือเปล่า กร๊าก) และต่อไปอีกนิด.... หมาเคมาตั้งแต่สมัยเด็กดีแล้วสินะ *เหล่หนอนชาเขียวแถวๆ นี้*

ส่วนพาร์ทสาม... ของอแงค่ะ บทบรรยายช่วงแรกยากนรกแตกมาก ไม่ได้พี่ไทคิช่วยนกฮูกตายอ่ะ ตายยยยยยย ซาซาเจ้าบทเจ้ากลอนไปไหนนนน 8D;;; (อ่านเวอร์อีนี่แปลอาจจะไม่อะไรมากเพราะสกิลนกฮูกไม่ถึง กร๊าก แต่ต้นฉบับยากนรกแตกมากค่ะ พรากกกกกกกกกก) + อ่านแล้วช็อคว่าทำไมซาซาโรแมนติคงี้ เปรียบแต่ละอย่าง.... #ช็อครัวๆ

.................. แต่ลงมาได้อีกหน่อยก็เกรียน Again เอิ่ม...... เดาทางยากกว่าหมาในอนิเมสามตอนแรกอีกมั้ง กร๊าก #น่าน *ทุบโต๊ะรัวๆ อีกที*


ลป. ยิ่งอ่านข้ายิ่งอดจิ้นโคซาซาไม่ได้... *เหล่หนอนชาเขียวแถวๆ นี้อีกที*

ลป2. ไล่ฟังไซโคพาสเรดิโอจนครบ มันฮามากกกกกกกกกกกก คุณเซกิ(คนพากย์หมาชิน) เสื่อม+และชอบรังแกกิโนะ(และคุณโนจิมะคนพากย์กิโนะ)มากกกกกกกก กร๊ากกกกกกกกกก *ทุบ

ลป3. อยากอ่านนิยายไซโคพาสแล้วเหวยยยยยยยยยยย *กลิ้งรอคิโนะโทรเรียก*

หายไปเกือบครบปี... ใครคิดว่าจขบ.เดี้ยงไปแล้วยกมือสารภาพซะดีๆ ค่ะ = =+ *โดนทุบแบน* #กลับมาก็กวนทีนอีกแล้ว

สรุปสั้นๆ ก็... หายไปเพราะทำตัวจบ+หางาน+ทำงานไปเน่าไปค่ะ 8D;;; นี่เกือบเข้าที่แล้ว... มั้ง.... มั้ง... มั้ง... เอาเหอะ ว่ากันจริงๆ หลังๆ นกฮูกตกข่าวกะเค้าไปเยอะมากล่ะค่ะ รู้ตัวอีกที.. ห่ะ รีบอร์นจบแล้วเรอะ???? << ประมาณนี้ 8D;;; คอมิคที่ตามก็... ก็.... ตอนนี้หลักๆ อ่านแต่เปิดจัมป์วันพีซกับ......



มังกะเรื่องใหม่ของอ. มัตสึอิ ยูเซย์...ผู้เขียน Majin Tantei Nougami Neuro ที่นกฮูกเคยหวีดไว้เมื่อหลายปีก่อนตั้งแต่สมัยยังไม่เข้าไทย(ฮา) Ansatsu Kyoushitsu ค่ะ!! ต้องขอขอบคุณพี่ไทคิไว้ตรงนี้อีกทีทีมาบอกกันว่าอ.เขียนเรื่องใหม่แล้ว ไม่งั้นนกฮูกคงตกข่าวกว่านี้ พรากกกก ตอนนั้นก็ไปหาอ่านแทบไม่ทัน Orz;;; แต่สมแล้วที่เป็นอ.มัตสึอิ เรื่องใหม่ก็ยังสุดยอดเช่นเดิมค่า!!!! TTvTTb

ส่วนอนิเม... ปีก่อนกะต้นปีตาม Fate/zero.... ส่วนตอนนี้............

........ จริงๆ คงรู้กันตั้งแต่หัวเอนทรีแล้ว PSYCHO-PASS ค่ะ กร๊าก พี่ไทคิเจ้าเก่าไรท์มาไซโคช่วงออกมาได้เจ็ดแปดตอนมั้ง (กรุณาอย่าถามถึง Zetsuen กะ DT ที่ไรท์มาให้พร้อมกัน) ตอนนี้ติดไปลุ้นไปว่าเฮีย UroButcher อุโรบุจิจะเขียนให้ตอนจบเหลือกี่คน 8D;; #เอ่อ

อ่ะ เข้าเรื่องนิยาย ที่เอามาแปลรอบนี้เป็นคนละฉบับกะเล่มที่ออกไปเมื่อวาน (4 มค.) นะคะ เล่มนี้ชื่อ PSYCHO-PASS/Zero Namae no Nai Kaibutsu (ชื่อเดียวกะ ED1) เนื้อหาในเล่มจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับคดีที่ทำให้หมาชิน(#เฮ้ย) กลายเป็น Enforcer เมื่อ 3 ปีก่อน....... แม่นแล้วค่ะ... คดีทีซาซายามะโดนจับทำ Plastination นั่นแหละ 8D;;; ซึ่งนิยายฉบับมีกำหนดการออกวางขายช่วงฤดูใบไม้ผลิ(เมย.-มิย.)ปีนี้

หือ? แล้วอีนี่ไปเอามาจากไหน? เรื่องมันเริ่มจากตอนนกฮูกกลิ้งดูตอน 15 วันก่อนค่ะ = =+ ดูอยู่ดีๆ ก็เห็นแถบข้อความบอกว่าจะมีการปล่อยพรีวิว Psycho-Pass Zero ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับคดี Plastination วิ่งมาใต้จอพร้อมกับข่าวแผ่นดินไหว สามารถดูรายละเอียดได้ในเว็บ Official พอดูจบเลยรีบไปค้น แล้วก็เจอ.....

http://noitamina.tv/novel/

บิงโกมาก 8D ว่าแล้วก็รีบอ่านทันที ซึ่งมันช่าง.... มันช่าง....................................

............ เอาเป็นว่าใครสนใจเชิญอ่านเลยค่ะ ไว้ฝอยต่อข้างล่างละกัน กร๊าก

 

+++++++++++++++++++++++++++

 

******

 

กรุณาอย่านำบทแปลไปเผยแพร่ที่อื่น

โดยไม่ได้รับอนุญาตค่ะ


******

 

 

 

Noitamina Novel

PSYCHO-PASS/Zero Namae no Nai Kaibutsu

ผู้เขียน : Takaha Aya

Source: http://noitamina.tv/novel/

แปล : irregulars

แปลบ้างเรียบเรียงบ้างตามแต่นกฮูกตัวบนจะไปเกาะขอให้ช่วยเพราะมันนึกไม่ออก : Taiki

Special Thanks : Hiyuura ขอบคุณสำหรับชื่อภาษาไทย+ศัพท์เฉพาะในเรื่องเวอร์ Eng

(เนื่องจากนกฮูกดูเวอร์ดิบ 8D;;;)ค่าาาา XD

 

 

 

 

 

PSYCHO-PASS/Zero

สัตว์ประหลาดที่ไร้นาม

Chapter 1

 

 

 

"ฉันมันคนที่บ้าผู้หญิงจนโดนเด้งไปอยู่กลุ่มอาชญากรทางความคิดนะเว้ย"

นี่คือคำพูดติดปากของ*เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการ ซาซายามะ มิทสึรุ

*Enforcer

 

บทที่ 1

 

1

 

กลางดึกคืนหนึ่ง *เจ้าหน้าที่ควบคุม โคงามิ ชินยะ และเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการ  ซาซายามะ มิทสึรุต่างฝ่ายต่างก็กำลังจับจ้องกันอยู่อย่างเงียบๆ ภายในห้องเจ้าหน้าที่ทีม 1 แห่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยซึ่งมีเสียงพัดลมตัวเขื่องส่งเสียงดังหึ่งๆ ให้ได้ยิน ไม่สิ ถ้าจะพูดให้ถูกต้องบอกว่าโคงามิเป็นฝ่ายจ้องซาซายามะอยู่เพียงคนเดียวต่างหาก

*Inspector

“เฮ้ย”

ทำไมเสียงที่หลุดรอดออกมาช่างน่าสมเพชอย่างนี้นะ โคงามิบ่นกับตัวเองในใจ และเสียงอันอ่อนแรงของเขาก็ถูกกลืนหายไปในพัดลมตัวใหญ่จนส่งไปไม่ถึงซาซายามะ

"ไอ้ที่นายทำนั่นมันเป็นการแหกกฎขั้นร้ายแรงเลยนะ"

ราวกับว่าเสียงของตนจางหายไปในทันทีที่หลุดจากปากและถูกพัดลมดูดอากาศดูดหายไปอีกฝั่งไม่มีผิด โคงามิถอนหายใจพลางเงยหน้าขึ้นมองเพดาน

กี่ครั้งแล้วนะที่ต้องมานั่งคุยกันแบบนี้

ทั้งที่โกรธแท้ๆ แต่อารมณ์ที่ควรจะคุกกรุ่นกลับซีดจาง กระทั่งตนเองยังรู้สึกด้านชาอย่างน่าประหลาด แสงจากหลอดไฟแบบแบนในตอนนี้ดูเหมือนอุปกรณ์ประกอบฉากอันยอดเยี่ยมของละครฉากนี้เสียจริง

 

หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ควบคุมคือการควบคุมและใช้งานเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการเพื่อปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จลุล่วง


หลังเข้าบรรจุในกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โคงามิได้รับการสอนมาเช่นนั้น ณ สถานที่ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ใหม่ ใช่ เขาได้รับการสอนมาเช่นนั้น.......

แต่ชายที่อยู่ตรงหน้านี้ไม่เคยปฎิบัติงานตามคำสังของโคงามิเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่สิ อาจจะมีสักครั้งก็ได้ที่ทำ แต่มันแทบจะไม่มีเลย และนี่ก็ผ่านมาเกือบจะห้าปีครึ่งแล้วที่โคงามิต้องนั่งกุมขมับกับความแตกต่างระหว่างอุดมคติและความเป็นจริงนี้

โคงามินึกแค้นคำทำนายของระบบซีบิลล์ที่บอกว่า 'ซาซายามะ มิทสึรุมีคุณสมบัติเหมาะสมในการทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการ' และถอนใจออกมาอีกเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของวัน

ระบบซีบิลล์เป็นระบบที่คอยดูแลสวัสดิการของประชนตลอดชีพซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกรมสวัสดิการ

ความทุกข์ใจของมนุษย์ที่อยู่ในสถานการณ์ต้องเลือกเมื่อเผชิญปัญหาสำคัญในชีวิต ปัจจุบันหลงเหลืออยู่แค่ในวรรณกรรมเก่าคร่ำคร่าเท่านั้น ในโลกที่ซีบิลเป็นผู้ควบคุมนี้ ไม่ว่าใครต่างก็มีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งและจำเป็นต่อโครงสร้างของสังคมอันเป็นชิ้นส่วนที่จะขาดไปเสียมิได้ตามวลีที่ว่า "ผู้มีความสามารถปฏิบัติในสิ่งที่ควรจะต้องทำ นี่ล่ะคือคุณที่ระบบซีบิลล์มีแก่มนุษยชาติ"

แน่นอนว่ารวมถึงชายที่กำลังหาวหวอดอยู่ตรงหน้าโคงามิตอนนี้ด้วย

"เอาเป็นว่า... โคงามิ นายเช็ดหัวก่อนดีมั้ย?"

ซาซายามะพูดอย่างไม่ทุกข์ร้อนต่อความกังวลของโคงามิ และยื่นผ้าขนหนูให้อีกฝ่าย

ในเมืองที่มีฝนตกชุกแห่งนี้ มีคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องเผชิญหน้ากับฟ้าฝนโดยไม่ได้คาดการณ์มาก่อน ซึ่งในวันนี้โคงามิเองก็เป็นเช่นนั้นเมื่อไปออกไปปฏิบัติภารกิจ ทำให้ตอนนี้เรือนผมสีดำของเขาเปียกจนชุ่ม

โคงามิเหลือบมองคู่กรณีที่หยิบยื่นน้ำใจ(?)มาให้ ก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงความไม่สบอารมณ์ของตนและยื่นมือไปรับผ้าขนหนู แต่แล้วเขาก็หยุดมือแทบจะในทันที

ผ้าขนหนูที่อีกฝ่ายยื่นมาทั้งยับและเปื้อน อีกทั้งยังส่งกลิ่นเหม็น และมีอักษร 'โอยามะออนเซ็นสปาแลนด์' พิมพ์อยู่

"ซาซายามะ นายไปเอาผ้าขนหนูนั่นมาจากไหนน่ะ......."

ซีบิลล์ซึ่งพัฒนาความละเอียดในการวัดค่าทางจิตใจมาตลอดตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้น ปัจจุบันอยู่ในขั้นที่สามารถคำนวณค่าความเป็นไปได้ที่บุคคลหนึ่งๆ จะก่ออาชญากรรมในอนาคต หรือ *'ค่าอาชญากรรม' ออกมาได้แล้ว ทำให้ผู้ที่มีค่าอาชญากรรมสูงจะถูกแยกออกจากสังคมในฐานะ**อาชญากรทางความคิด เพื่อป้องกันไม่ให้อาชญากรรมทั้งหมดได้มีโอกาสเกิดขึ้นจริง

*Crime Coefficient

**Latent Criminal

ในกลุ่มอาชญากรทางความคิดนั้นก็มีบางส่วนที่ได้รับการรักษาและกลับสู่สังคม แต่ผู้ที่ค่าอาชญากรพุ่งสูงเกินมาตรฐานที่กำหนดไว้และถูกตัดสินว่าไม่สามารถรักษาด้วยวิทยาการแพทย์ได้ จะต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ภายในสถานบำบัด ซึ่งในกลุ่มอาชญากรเหล่านั้น ผู้ที่ซีบิลล์ตัดสินว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมจะได้เป็นเจ้าหน้าที่หน่วยปฎิบัติการเพื่อปฏิบัติหน้าที่รับใช้สังคมภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวด

เจ้าหน้าที่หน่วยปฎิบัติการเหล่านั้นไม่มีสิทธิ์หาซื้อเครื่องใช้ส่วนตัวได้อย่างอิสระ และแน่นอนว่าไม่สามารถไปใช้เวลาในวันหยุดที่ออนเซ็นได้ด้วย โคงามิจึงรู้สึกลักลั่นย้อนแย้งเมื่อถูกเจ้าหน้าที่หน่วยปฎิบัติการที่ว่ายื่นผ้าขนหนูที่มีชื่อออนเซ็นปักอยู่มาให้ และแม้จะรู้ว่าคงไม่ได้คำตอบดีๆ กลับมาต่อให้พยายามซักฟอกอีกฝ่าย แต่เขาก็ยังเอ่ยปากถามออกไป ซึ่งสิ่งที่ทำให้โคงามิทำเช่นนั้นไม่ใช่เพราะความซื่อตรงต่อหน้าที่ ‘การควบคุมเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการ’ แต่เป็นปฏิกิริยาตอบโต้ที่เกิดจากการทำงานร่วมกับซาซายามะมาถึง 5 ปีต่างหาก

“เก็บมาจากโอกิชิมะเมื่อกี้น่ะ เห็นมันตกอยู่”

โคงามิถอนใจและทำคอตกเมื่อได้ยินคำตอบงี่เง่าตามคาด หยดน้ำที่เกาะอยู่บนผมหน้าของโคงามิ หนึ่งหยดก็แล้ว สองหยดก็แล้วร่วงหล่นลงไปและไหลซึมบนพื้นเย็นๆ ของห้อง

"เอ้า เปียกอยู่ไม่ใช่เหรอ รีบๆเช็ดซะทีสิ"

“ไม่เอา!”

“ตามใจ”

ซาซายามะหันไปใช้ผ้าขนหนูที่เก็บมาเช็ดหัวตนเองโดยไม่มีทีท่าเสียใจแม้แต่น้อยที่เพื่อนร่วมงานแสดงอาการปฏิเสธออกมาชัดเจนขนาดนั้น และโคงามิยิ่งหงุดหงิดหนักขึ้นไปอีกเมื่อถูกหยดน้ำที่ลอยมาจากหัวซาซายามะที่กำลังขยี้ผมสั้นๆ ของตนอยู่กระเด็นใส่หน้า

“อย่าไปเก็บอะไรมั่วระหว่างภารกิจเซ่!”

“งั้นจะให้เก็บเมื่อไหร่ล่ะ? วันหยุด? ในหอพักโล่งๆ น่ะนะ? จะมีอะไรดีๆ หล่นอยู่รึไง?”

“ไม่ใช่เรื่องนั้น.....! ฉันหมายความว่าอย่าทำอะไรตามใจชอบระหว่างภารกิจต่างหาก! แล้วว่าก็ว่าเถอะ.....” 

มันมีปัญหาที่ต้องพูดถึงก่อนเรื่องภารกิจเสียอีก

“มันสกปรกไม่ใช่รึไง กล้าเอาผ้าที่ตกอยู่ตามพื้นที่ทิ้งร้างไปเช็ดหัวได้ยังไงน่ะ!”

โคงามิพูดพลางคิดถึงทิวทัศน์ของโอกิชิมะ... พื้นที่ทิ้งร้างที่ใหญ่ที่สุดในประเทศซึ่งพวกเขาไปเยือนมาคืนนี้

ในสมัยที่ญี่ปุ่นยังมีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ และมีแหล่งพลังงานหลักคือน้ำมันดิบ โอกิชิมะเคยเป็นเขตอุตสาหกรรมที่มีโรงงานเอกชนมากมายตั้งอยู่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ญี่ปุ่นเลิกค้าขายกับต่างประเทศ และประชากรลดเหลือเพียงหนึ่งในสิบของยุคที่เคยเจริญรุ่งเรืองที่สุดจนอุปสงค์ของสายการผลิตขนาดใหญ่ลดน้อยลง หน้าที่ของมันจึงจบลงและถูกบันทึกข้อมูลว่าพื้นที่ทิ้งร้างขนาดใหญ่ ที่บอกว่าข้อมูล... เพราะในทางปฏิบัติแล้วยังมีผู้คนอาศัยอยู่นั่นเอง ไม่ว่าในยุคไหนๆ ก็ดูจะมีคนบางจำพวกที่มีความสามารถในการค้นหาสถานที่ซ่อนตัวเหมือนกัน ปัจจุบันโอกิชิมะจึงกลายเป็นศูนย์รวมกลุ่มคนที่มีเหตุทำให้ไม่สามารถอยู่ร่วมกับระบบซีบิลล์ได้

เงาของสัตว์ประหลาดตัวยักษ์ที่ทอดกายเคียงข้างอ่าวโตเกียว

จุดจบอันสกปรกและมืดมนของเหล่าคนที่แยกตัวออกจากสังคม

ผู้คนที่อาศัยอยู่ลักลอบต่อเติมกลุ่มโรงงานจนไม่เหลือเค้าร่างเดิม มีท่อลมจำนวนนับไม่ถ้วนยื่นออกมาจากสิ่งก่อสร้าง บางจุดก็ขาดตอนบ้าง บางจุดก็เชื่อต่อกับสิ่งก่อสร้างอื่นซ้อนกันไปมาไม่มีที่สิ้นสุด จนพื้นที่เต็มไปด้วยเงาที่เชื่อมต่อกันเป็นทอดๆ

น้ำมันเก่าผสมกับฝุ่นผงกลายเป็นรอยสกปรกแห้งกรังอยู่ทั่วไป ซากหนูตัวผอมแห้งลอยอยู่ในน้ำเสียสีแปลกประหลาดที่ไหลผ่านตามทาง

คนจรจัดเนื้อตัวเปรอะเปื้อนสิ่งปฏิกูลนอนอยู่ตามทางเดิน

สถานที่ที่แค่นึกถึงก็แทบจะมีกลิ่นเหม็นลอยมาแตะจมูก

หมอนี่กำลังใช้ผ้าขนหนูที่ตกอยู่ในที่แบบนั้นเช็ดหัวอยู่เรอะ... แถมยังจะเอามาให้ฉันใช้หน้าตาเฉยอีก อาชญากรทางความคิดนี่มันเหลือรับจริงๆ โคงามิคิดด้วยหัวอันหนักอึ้งยิ่งกว่าเดิม

“ไม่เห็นสกปรกเลย ไม่เหม็นด้วย เนี่ย”

โคงามิผงะหนีพร้อมร้องเหวอออกมาเบาๆ เมื่อถูกซาซายามะยื่นผ้าขนหนูใส่หน้าโดยไม่ทันตั้งตัว ซึ่งดูเหมือนท่าทางเช่นนั้นจะไปกระตุกต่อมหัวเราะของอีกฝ่ายเข้าเต็มๆ

แล้วเสียงหัวเราะไม่รู้ร้อนรู้หนาวนั่นก็ทำให้ความโกรธที่กำลังปะทุได้ที่ของโคงามิระเบิดออกมา

เขาทุบโต๊ะที่อยู่ใกล้มือและตะคอกอย่างหงุดหงิด

“ฉันขอสั่งให้นายเขียนรายงานเรื่องวันนี้ซะ!”

“เอ๋!!”

“นายรู้ตัวหรือเปล่าหาว่าทำอะไรลงไป?!”

“กิจกรรมรับใช้สังคม?” 

ฮึ! หลังจากส่งเสียงฮึดฮัดเสียพรืดใหญ่ โคงามิก็ได้คิดว่าตนดูจะทำท่าทางโอเวอร์เกินไปหน่อยหรือเปล่านะ

“กล้าพูดจริงนะ ปล่อยอาชญากรทางความคิดที่ค่าอาชญากรรมพุ่งเกินมาตรฐานหนีไปเนี่ยนะรับใช้สังคม?”

“ฉันไม่นิยมยิงผู้หญิง ฉันน่ะ...”

โคงามิชิงพูดตัดหน้าซาซายามะอย่างรวดเร็ว

“ฉันน่ะมันคนที่บ้าผู้หญิงจนโดนเด้งไปอยู่กลุ่มอาชญากรทางความคิดนะเว้ย ใช่มั้ยล่ะ ฟังจนเอียนแล้ว”

ตลอดเวลาที่ผ่านมาพื้นที่ทิ้งร้างเป็นเขตที่ผู้คนไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ แต่หลายปีมานี้มีกระแสสนับสนุนให้รื้อถอนพื้นที่ดังกล่าวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งโอกิชิมะเองก็เป็นหนึ่งในเขตที่มีการดำเนินการดังกล่าว แต่ในคืนนี้เองได้เกิดการปะทะกันระหว่างผู้รับจ้างรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและผู้อยู่อาศัยในเขตขึ้น

พวกโคงามิมุ่งหน้าไปยังที่เกิดเหตุเพื่อระงับจลาจลดังกล่าว แต่ซาซายามะกลับปล่อยให้อาชญากรทางความคิดซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุหนีไป หนำซ้ำที่ปล่อยไปนั่นมีแต่ผู้หญิงทั้งนั้น

ซาซายามะเอนหลังอยู่บนเก้าอี้ทำงานพร้อมหมุนเก้าอี้เล่น พลางมองโคงามิด้วยสายตากวนอารมณ์แล้วแลบลิ้นใส่ก่อนจะพูดว่า

“ก็ลองคิดดูสิ”

ซาซายามะลุกขึ้นนั่งก่อนที่จะโต้กลับ

“ทำไมอยู่ๆ ถึงได้จะมีการรื้อถอนโอกิชิมะกัน ทั้งๆ ที่ทางรัฐบาลก็ทำเหมือนกับว่าที่นั่นไม่มีตัวตนมาหลายสิบปีแล้วแท้ๆ เพราะงั้นมันเลยกลายเป็นเหมือนพื้นที่กักบริเวณพวกอาชญากรทางความคิดที่ทางเราจัดการได้ไม่ทั่วถึงด้วย ปล่อยให้อยู่ในนั้นไปจะได้ไม่เกิดปัญหา ว่ากันจริงๆ แล้วกรมเราเองก็ได้ประโยชน์จากโอกิชิมะใช่มั้ยล่ะ?”

ก็ถูกอย่างที่ซาซายามะว่า สำหรับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่มีปัญหาขาดแคลนบุคลากรเป็นอย่างมากนั้น พื้นที่รกร้างที่ตั้งอยู่ในจุดต่างๆ นั้นเป็นเขตที่ไม่มีความจำเป็นต้องไปยุ่งเกี่ยว ต่อให้มีอะไรเกิดขึ้นก็เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือขอบข่ายความรับผิดชอบของพวกเขา ซึ่งทั้งทางกรมและรัฐบาลเองต่างก็ปฏิบัติต่อพื้นที่รกร้างต่างๆ มาเช่นนั้น

“แล้วอยู่ๆ ดันมาหาเรื่องไล่จับพวกคนที่เขตซะงั้น จับไปแล้วจะมีสถานบำบัดยัดคนเยอะขนาดนั้นเข้าไปได้หรือไงล่ะ”

แม้ซาซายามะจะเป็นคนหยาบคาย แต่ก็ไม่ได้เป็นไอ้โง่หรือไอ้บ้า โคงามิรู้ดีว่าภายใต้สายตาอย่างคนกร้านโลกนั้นซุกซ่อนประกายแห่งความเฉลียวฉลาดเอาไว้อยู่

เจอซาซายามะสวนหมัดตรงเข้าให้จนชะงักไป เล่นเอาโคงามิจุกจนแทบพูดอะไรไม่ออก *ซับนรก by พี่ไทคิ 8DDD*

โคงามิชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเจอซาซายามะสวนกลับด้วยประเด็นน่าคิด แต่เขาก็ยังตอบกลับไปว่า

“เรื่องพวกนั้น..... ไม่ใช่สิ่งที่ฉันหรือนายจะต้องคิด ฉันกำลังบอกว่าการปล่อยคนที่รู้ว่าเป็นอาชญากรทางความคิดหนีไปต่างหากที่เป็นปัญหา นั่นเท่ากับนายกำลังช่วงชิงโอกาสที่อาชญากรพวกนั้นจะได้ปรับปรุงตัวแล้วกลับคืนสู่สังคมเชียวนะ”

“ปรับปรุงตัวแล้วกลับคืนสู่สังคม.... นะ..... สมแล้วที่เป็นหัวกะทิแห่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ช่างมีความคิดที่สูงส่งจริงๆ”

ซาซายามะถอนใจอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะหยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทและจุดไฟ

“สูบมั้ย?”

“ฉันไม่สูบบุหรี่ ต้องบอกกี่ครั้งถึงจะจำได้กัน”

“นั่นสินะะะะะะะะะะะะ”

ควันบุหรี่ที่พ่นออกมาลอยเอื่อยเฉื่อยอย่างไร้จุดหมายระหว่างคนทั้งคู่

อาชญากรทางความคิดที่ค่าอาชญากรรมยังไม่พุ่งสูงมากนั้นยังสามารถรักษาให้หายได้ แต่หากตัวเลขพุ่งสูงถึงจุดๆ หนึ่งแล้วการรักษาให้กลับคืนเหมือนเดิมแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ซึ่งเมื่อถึงขั้นนั้นแล้วอาชญากรเหล่านั้นก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากถูกกักขังให้ใช้ชีวิตทั้งหมดที่เหลืออยู่ในสถานบำบัด หรือทำกิจกรรมรับใช้สังคมภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวดเช่นเดียวกับงานเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการ

ต่อให้เชิดชูอุดมการณ์ทางด้านสิทธิมนุษยชนอันสูงส่งกันขนาดไหน จุดจบของอาชญากรทางความคิดมันก็มีอยู่แค่นั้น

เรื่องนั้นฉันรู้ดี... ฉันที่เป็นอาชญากรทางความคิดนี่ล่ะ.....

ความเงียบของซาซายามะสื่อออกมาเช่นนั้น

และแล้วควันบุหรี่ก็ถูกสูบหายไปในพัดลมดูดอากาศ

 

~To be Continued~

 

 

...................... ขอสองคำ

 

 

หมากิโนะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก (#กิโนะ = อนาถ/รากหญ้า #PSYCHO-PASS Dictionary(?????) และซาซายามะ... หรือซกมกยาเหม็น (#by พี่ยูระ) .... เอ็งสถ่อยมาก ซกมกมาก จ๊กมกด้วย และไอ้ประโยคติดปากนั่นไม่ได้น่าอวดเลยนะ กร๊ากกกกกกกกกกกกก /ทุบโต๊ะรัวๆ

อ่านแล้วอดคิดไม่ได้ว่าจริงๆ แล้ว.... หมาเก็บกดจนไปสถ่อยตอนหลังสินะ(บวกด้วยติดเชื้อจากซาซา)+เอ็งไม่เขื่อซีบิลล์เพราะซาซายามะใช่มะ 8DDDD

สุดท้าย จากการค้นเว็บและเจอตอนต่อๆ ไปที่ซ่อนไว้ (ซ่อนไว้จริงๆ นะ กร๊าก) น่าจะพรีวิวทั้งหมดสามตอน อาทิตย์ละตอนค่ะ ที่เหลือก็ต้องรอนิยายออก... แต่อยากอ่านต่อแล้วเหวยยยยยยยยยยยยยย /ล้มโต๊ะ

ลป. เรื่องนี้อนิเมก็ว่ายากแล้วนะ... นิยายศัพท์ยากกว่าอีก หรือเพราะมันบรรยายเยอะฟระ พรากกกกกกกกกก Orz

ลป2. อยากแปะ 8D 


ลป3. ได้เวลาเปลี่ยนธีม อะไรดี.... (แล้วจะมีเวลาทำเรอะ)

ลป4. ถ้าโคโระ... เอ๊ย Ansatsu Kyoushitsu ดังในไทย จะมีคนอ่านนิวโรเยอะขึ้นมั้ยนะ หวังมากมาย พรากกกกกกกกกก