Tag (แถ่ก) เรียนมนุษย์ฯ ญี่ปุ่นอย่างคนมีกึ๋น(เหรอ...)
posted on 03 Oct 2008 17:31 by irregularนกฮูกตกข่าวค่ะ... เมื่อวันก่อนนั่งงงว่าเกิดอะไรขึ้นกับ exteen มีแต่แถ่กชื่อคล้ายๆ กันขึ้นพรึ่บพรั่บ กร๊าก จนตามต้นตอไปเจอบลอกของคุณ nancy เลยเอามาทำมั่ง... ซึ่งก็ไม่รู้ว่าที่นกฮูกแว่นเอามาทำนี่จะกลายเป็นไซโคให้คนไม่อยากเรียนสาขานี้กันแทนหรือเปล่านะคะ ฮ่าๆ แต่ว่าแล้วก็แปะล่ะค่ะ(อะ เฮ้ย = ='')
ลป. บอร์ดปริศนา(?)จากเอนทรีที่แล้วขอติดไว้ก่อนนะคะ ฮ่าๆ แต่ดูแล้วก็มีแดต่คนเดาถูกเยอะ(เกือบหมด??)นี่นะ ไว้จะมาฝอยว่ามันมาได้ไงค่า =w=
ลป2. ทคคิวโดนแซงคิวอีกแล้ว... กุนโซขา หนูขอโทษ Orz (โดนถีบลงบ่อน้ำวน)
Tag เรียน......อย่างคนมีกึ๋น
กติกา:
1. copy กติกาของแท็กคนมีกึ๋นไปใส่ไว้ในเอ็นทรี่
2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น "Tag เรียน....อย่างคนมีกึ๋น" <-- ใส่ชื่อคณะหรือเอกที่คุณเรียนลงไป
3. ตอบคำถาม 5 ข้อต่อไปนี้
- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??
4. พิมพ์ชื่อ Tags ให้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของคณะตัวเอง เช่น มนุษยศาสตร์ นิติศาสตร์ ฯลฯ
รวมถึงหมวดหมู่ Admission เพื่อให้น้องๆ ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ได้เข้าไปเลือกอ่านได้ตามความสนใจ จากนั้นอย่าลืม.. ส่ง tag ต่อ
- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
มนุษยศาสตร์ เอกภาษาญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปีสองค่ะ
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
ปีหนึ่งจะเรียนญี่ปุ่นแค่ตัวเดียวค่ะ ที่เหลือจะเป็นวิชาบังคับพื้นฐาน เรียนอาทิตย์ละห้าชั่วโมง(สี่คาบ หรือทุกวันนั่นล่ะค่ะ ฮ่าๆ)เริ่มตั้งแต่พื้นฐานการอ่านเขียนตัวอักษรฮิรางานะคาตาคานะ (ได้ยินว่างั้นนะคะ พอดีว่าปีเราทุกคนมีพื้นฐานอ่านได้กันหมดส่วนนี้เลยโดนข้ามไปเริ่มเรียนไวยากรณ์กันตั้งแต่แรกเลย =w=') ยันไวยากรณ์, คันจิ + ฝึกแปลญี่ปุ่น-ไทยหรือไทยญี่ปุ่นอีกนิดหน่อย (แน่นอนว่าตอนออกสอบทั้งหมดนี้จะยำรวมกัน...) จบเนื้อหาปีหนึ่งจะได้เรียนเนื้อหาที่ใช้เอาไปสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นหรือ JPLT ระดับสามได้ค่ะ แต่ผ่านไม่ผ่านนี่แล้วแต่คนอีกทีนะ ตัวเนื้อหามันถึงอยู่แล้ว (แต่เพื่อนเราผ่านนะคะ เหอๆ) ในด้านการเรียนการสอนจะเป็นอ.ที่ปรึกษาคนไทยกับอ. ญี่ปุ่นสลับกับมาสอนค่ะ
พอขึ้นปีสองจะเจอญี่ปุ่นสี่ตัวคือ ไวยากรณ์,อ่าน-เขียน(เทอมแรกเรียงความ เทอมสองเลื่อนขึ้นเป็นสุนทรพจน์...), ฟัง-พูด (เหมือนอันก่อนหน้า เทอมแรกพูดไปเรื่อย(ฮา) เทอมสองจะเริ่มเป็นทางการ) แล้วก็คันจิ แต่วิชาคันจินี้จะหมดเวรหมดกรรมกับเราหลังจากจบเทอมแรกค่ะ ที่เหลือตามไปฆ่าฟันกันต่อ(เฮ้ย) เพราะท่าทางเขาจะยัดตัวจำเป็น+หินๆ ลงไปหมดในเทอมแรกแล้ว กร๊าก
วิชาฟัง-พูด, อ่าน-เขียนจะเป็นอ. ญี่ปุ่นสอนค่ะ ส่วนไวยากรณ์กับคันจิจะเป็นอ.คนไทย (อ. สอนคันจิเราเขียนคันจิสวย+ปึ้กกว่าคนญี่ปุ่นอีกค่ะ... เล่นเอาเวลาสอบแทบเป็นประสาท กลัวเขียนเส้นหรือลำดับผิดแล้วโดนหักคะแนน Orz)
ตั้งแต่ปีสามไปจะมีสายให้เลือกเรียนแบบลงลึกขั้น advance ไปเลยสามสายคือ ไวยากรณ์, วรรณคดี หรือประวัติศาสตร์ เนื้อหาก็ตามชื่อเลยค่ะ (เล่นง่ายอีก) รายละเอียดมากกว่านี้ยังไม่ทราบเพราะเราเองก็ยังอยู่ปีสอง =__=''' อย่าว่าแต่เรียนเลย จะเลือกสายก็ยังไม่ได้เลือกเลยค่ะ กร๊าก อ้อ แต่เท่าที่ฟังรุ่นพี่มาเหมือนสายประวัติฯ จะเรียนเรื่องวัฒนธรรม, สังคม, เศรษฐกิจอะไรพวกนี้ด้วยนะคะ และอีกอย่างคือดูเหมือนทั้งสามสายจะได้ทำงานนำเสนอกันประจำเป็นที่เฮฮา(?)มาก... แล้วก็นักศึกษาแลกเปลี่ยนจากญี่ปุ่นส่วนมากจะวนเวียนเรียนอยู่กับปีสามปีสี่นี่ล่ะค่ะ (แต่ปีสองอย่างเราก็เจอเขาบ่อยเหมือนกันนะคะ) ดังนั้นเรียนอะไรมาแล้วเอาก็ไปทดลองใช้จริงได้เลย กร๊าก XD
เกือบลืม ปีสามจะโดนมัดมือชก(เฮ้ย)ให้ประกวดสุนทรพจน์ภาษาญี่ปุ่นด้วยค่ะ คนได้รางวัลจะโดนไซโคให้ไปประกวดต่อที่กทม. ด้วย... เริ่มคิดหัวข้อ+เขียนกันตั้งแต่ปีสอง เพราะงั้นรุ่นเราเองก็เริ่มดิ้นพล่านกันแล้วค่ะ(ฮา)
ส่วนวิชาพวกการแปลหรือภาษาญี่ปุ่นธุรกิจอะไรพวกนี้จะอยู่ในกลุ่มวิชาเลือกอีกทีค่ะ
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
จริงๆ สมัยนี้เรียนอะไรไปก็คงไม่ค่อยได้จบมาทำงานตรงสายหรอกมั้ง... (อย่าเพิ่งกลับสู่โลกความเป็นจริงเซ่ =''=;) แต่ถ้าดูจากที่เรียนมาก็ต้องเป็นงานที่ใช้ภาษาล่ะค่ะ ทั้งญี่ปุ่นทั้งอังกฤษเลย (ไม่รู้ว่าทำไมแต่เอกญี่ปุ่นเป็นเอกที่เรียนภาษาอังกฤษเยอะมากเทียบกับเอกอื่นในคณะเดียวกันค่ะ บังคับ 8 ตัวหรือก็คือเรียนมันทุกเทอมยันจบนั่นล่ะ = =; ชาวบ้านส่วนมากเขาเรียนกัน 4 แท้ๆ) อย่างเช่นล่าม, อาจารย์, ไกด์, นักแปล, หรือทำงานกับบริษัทญี่ปุ่น ฯลฯ
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
มีแต่เคล็ดก่อนเข้ามาเรียนน่ะสิคะ โดยส่วนตัวคิดว่าที่สำคัญคือเลือกเรียนเพราะใจรัก(รักการ์ตูน นักร้อง ละคร หนัง อะไรก็ว่าไป ฮา) อยากจะเรียนจริงๆ ไม่ใช่เลือกเข้ามาเรียนเพราะคะแนนถึงหรือไม่รู้จะเรียนอะไร ไม่งั้นไทร์กันเป็นว่าเล่นแน่ (เอกเราเองมาทีแรกแปดสิบคนได้มั้ง ปีสองหายไปเกือบครึ่ง...) เพราะภาษามันเหมือนทักษะ+ความเข้าใจ ไม่ใช่ท่องๆๆๆ แล้วจะพูดได้น่ะค่ะ ต่อให้ทำข้อสอบได้แต่พอไม่คล่องแล้วไม่ใช้มันก็ลืมอ่ะ ถ้างั้นจะเลือกมาเรียนทำไมตั้งสี่ปี เนอะ? =A=''' (ที่กล้าพูดนี่ไม่ใช่อะไรนะคะ ประสบการณ์จริง... เราไม่ชอบภาษาอังกฤษแล้วตอนนี้รู้สึกว่าภาษาญี่ปุ่นชักจะคล่องปากกว่า eng แล้ว Orz ได้ข่าวว่าเรียนมาตั้งแต่จำความได้นะ...) ถ้าใจมันอยากเรียนซะอย่างเดี๋ยวที่เหลือก็ตามมาเองค่ะ อย่างเราชอบการ์ตูน เลยไปหาการ์ตูนภาษาญี่ปุ่นมาอ่าน+ดู มันก็ได้ฝึกฟังฝึกอ่าน แถมยังได้คันจิกับไวยากรณ์มาอีก แล้วจำแม่นด้วยเพราะมันมีสถานการณ์สมมติมาให้เห็นชัดๆ สนุกกว่าไอ้พวกสวัสดีคร้าบ วันนี้อากาศดีเนอะคร้าบบบ ในหนังสือเรียนตั้งเยอะ กร๊าก (เริ่มลามปามแล้วไง = =''')
แต่ยังไงก็ต้องขยันด้วยล่ะนะคะ อย่างคันจิ ต่อให้จำได้แต่ถ้าไม่รู้จักฝึกมันก็เขียนไม่ได้อยู่ดีนี่นา ฮ่าๆ
อ่ะ ขออีกข้อ อันนี้ก็ไม่ได้จำกัดเฉพาะวิชาภาษาญี่ปุ่นหรอกค่ะ ใช้ได้หมดนั่นล่ะ คือตั้งใจเรียนในห้องเรียน ถ้าไม่เข้าใจก็ไปถามอาจารย์ให้เคลียร์(อ. เค้าชอบหรอกค่ะ นร.สนใจเนี่ย แต่ถ้าเจออ. ขี้เกียจ? ตอกหน้าไปเลยค่ะว่าถ้าเข้าใจแล้วจะมาเรียนทำไมค้า~~~ << เฮ้ยๆๆๆ = =''') แค่นี้ก็ไม่ต้องเรียนมันแล้วค่ะพิศ่งพิเศษ เอาเวลาไปหาแบบฝึกหัดมาทำเองถ้าอยากให้แม่นดีกว่า ยังไงค่าหนังสือหรือถ่ายเอกสารมันก็ไม่แพงเท่าค่าเรียนหรอก เหอๆ (รับประกันผลโดยตัวเราเอง ฮา เป็นส่วนชนกลุ่มน้อยในรุ่นเดียวกันค่ะที่ไม่เรียนพิเศษเลยตอนม. ปลายเนี่ย ก็ยังรอดมาได้นา)
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??
เคยได้ยินบ่อยเหมือนกันเรื่องคนที่อยากเรียนแล้วกลัวสู้คนที่เรียนมาตั้งแต่สมัยม.ปลายหรือเรียนมาเองก่อนไม่ได้ แต่อย่าไปกลัวค่ะ เจ้าของภาษายังพูดผิดพูดถูกได้แล้วแน่ใจเหรอว่าคนที่เรียนมาก่อนคนอื่นแค่ไม่กี่ปี (ซึ่งถ้าไปนับชม. เรียนจริงๆ จะเหลือแค่ไหนก็ไม่รู้...) จะเก่งกว่าชาวบ้านนักหนาน่ะ? อย่างที่บอกไปข้างบนว่ารุ่นเราคนมีพื้นฐานก่อนมาเรียนในม. เยอะ (เอาแค่เซคเราก็เกิน 20 จาก 30 คนแล้ว) แต่เรียนๆ กันมานี่ก็ไม่ได้ได้เปรียบเสียเปรียบกันเท่าไหร่หรอกค่ะ คะแนนออกจะเกาะกลุ่มแบบแทบฆ่ากันตายจนอ. ตัดเกรดแทบไม่ถูก(ฮา) ดังนั้นอย่าไปคิดมากค่ะ ขออ้างอิงข้อบนอีกทีว่าถ้าใจรักซะอย่างเดี๋ยวที่เหลือมันก็ตามมาเอง อยากเรียนก็เรียนเหอะ (เอ๊ะ....) มัวแต่คิดเล็กคิดน้อยกลัวได้เกรดน้อย กลัวเรียนจบหางานทำไม่ได้ โลกแตกขึ้นมาก่อนชีวิตนี้จะพาลไม่มีความสุขเพราะไม่ได้ทำอะไรที่อยากเอานา (เฮ้ยๆๆๆ)
สุดท้ายนี้... ขอให้ทุกคนสมหวังได้เข้าเรียนในที่ๆ หวังไว้นะคะ ^ ^
ลป. เขียนมาจนจบแต่ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าตัวเองมีกึ๋นพอจะมาเขียนแถ่กนี้กับเขามั้ย กร๊าก

















(ชอบอ่านแถกนี้มากเลยครับ)
#1 By : zheanarzhean : on 2008-10-03 17:38