อืม... หายไปสองอาทิตย์ เพราะโรคขี้เกียจเกาะหลังปิดเทอมมาได้อาทิตย์นึงแล้วก็กลับมาพร้อมกับไอ้นี่... แบบนี้สินะที่เขาเรียกว่ารนหาที่... ได้ข่าวว่านิยายโกคุยังไม่จบ (เอาน่ะ... อีกสองตอน อีกสองตอน...)

จริงๆ นิยาย X- Fiamma ตอนนี้แมวส้มแถวๆ นี้(ฮา) ก็เคยทำสรุปย่อไว้ล่ะค่ะ (แต่ไม่ได้ลงบลอก) แต่เนื่องจากยังไงแบบย่อกับแบบเต็มอรรถรสมันก็น่าจะต่างกันน่า(หรืออันนี้จะเละกว่าก็ไม่รู้เพราะนกฮูกแปล =___='') + น่าจะยังมีคนไม่เคยอ่านอีกน่า... นกฮูกเลยนึกอยากแปลมั่ง... แน่นอนว่าบอกพี่แมวเฮดโฟนไว้ก่อนแล้วนะคะ กลัวตีกัน ฮ่าๆ XD

และปฎิบัติการเผายังดำเนินต่อไปค่ะ เพราะเพิ่งสำเหนียกได้เมื่อคืนนี้เองว่าวันนี้วันเกิดบอส กร๊าก ปั่นไฟลุกได้อีก แต่เอาเถอะเนอะคะ ไฟลุกโชติช่วงจะได้สมศักดิ์ศรีบอสไง.. เนอะ เนอะ เนอะ (ดูมันแถ...)

เอาเป็นว่า... Buon Bompleanno XANXUS (Sama~) ค่า~~~~ XD ขอให้บอสได้มีบทอีกไวๆ และลุกจากเก้าอี้ทาซูเปอร์กลูได้ซะทีนะคะ =v=+ (โดนปาโต๊ะใส่...)

แหม่ ถ้าไม่ได้เปิดอนิเมตอน 140 นั่นดู คำพูดข้างบนทั้งหมดนี่คงไม่มีวันออกจากปาก irr เลยนะเนี่ย (แล้วอย่าว่าแต่แปลไอ้นิยายข้างล่างนี่เลย ก่อนหน้านี้อ่านเองยังไม่อ่านเลยเหอะ กร๊าก)

ว่าแล้วก็แปะล่ะค่า~

 

+++++++++++++++++++++

 

***

รุณาอย่านำบทแปล ไปเผยแพร่ที่อื่น

ดยไม่ได้รับอนุญาตนะคะ

***

 

 

 

Katekyo Hitman Reborn Secret Bullet 2 : X-Fiamma

ผู้แต่ง: Amano Akira & Koyasu Hideaki

Xanxus's (Varia's?) Chapter: X - 炎 / X -Fiamma

แปลภาษาไทย(แบบไฟลุก)โดย Irregulars

 

 

 

 

WARNING!!!

 

1. ผู้แปล หรือ irr นี่แหละ ไม่ได้อ่านฉบับแปลไทยเลยตั้งแต่ช่วงภาคโคคุโยค่ะ

เพราะงั้นศัพท์แปลไทยจะไม่รู้เยอะมากถึงมากที่สุด (แล้วบอกตามตรงว่าไม่คิดจะลงทุนถึงขนาดไปซื้อมาดูคำแปลด้วย =__=') ถ้าเจอไอ้นี่ล่อทับศัพท์ ขอรบกวนให้ท่านผู้อ่านลิงค์กันเอาเองนะคะว่ามันหมายถึงอะไร =v='' แต่ถ้าท่านใดไม่ชอบแบบนี้ ขอแนะนำให้ปิดหน้านี้ด่วนโลดค่ะ เหอๆ

(หลังจากแปลมาหลายอัน มันเพิ่งสำเหนียกได้ว่าควรเขียนเตือนเรื่องนี้ตั้งนานแล้ว...)

2. รอบนี้ไม่มีใครหลงมาให้ตะครุบจับมาเป็นเบต้าค่ะ เพราะงั้นมีความเป็นไปได้สูง(หรือบอกว่าแน่นอนจะถูกกว่า..)ว่าจะภาษามันจะมึนๆ นะคะ กร๊าก=v='''

 

 

 

 X - Fiamma

 

       ศึกชิงแหวนวองโกเล่
       เวลาได้ล่วงเลยไปหลายวันแล้ว หลังจากที่เหตุการณ์ที่ถูกผู้เกี่ยวข้องพากันเรียกขานกันเช่นนั้นได้จบลง

       XANXUS
       ทายาทของวองโกเล่รุ่นที่เก้า และหัวหน้าของหน่วยลอบสังหารวาเรีย

       ซาวาดะ สึนะโยชิ
       ลูกชายคนเดียวของซาวาดะ อิเอมิตสึ *Vongola Mongaikomon ผู้สืบสายเลือดของวองโกเล่รุ่นที่หนึ่งที่ย้ายถิ่นฐานมาอาศัยอยู่ญี่ปุ่น

 

*ตำแหน่งป๋าสึนะค่ะ... ไม่เคยผ่านหูเลยนะเนี่ยจะว่าไป ภาษาไทยอ่ะ =v='

 

       การต่อสู้ชิงตำแหน่งหัวหน้ารุ่นต่อไปของทั้งสองได้จบลงอย่างพลิกความคาดหมายของคนส่วนใหญ่ โดยที่ชัยชนะตกเป็นของเด็กหนุ่มผู้อ่อนวัยกว่า... ซาวาดะ สึนะโยชิ
      ทว่ายังมีเรื่องที่เหนือความคาดหมายของคนรอบข้างยิ่งกว่านั้นอีกเกิดขึ้น นั่นคือความเป็นจริงที่ว่าไม่ใช่เพียงแต่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับศึกชิงแหวนเท่านั้น ตัววองโกเล่แฟมิลี่เองก็ได้รับความเสียหายอย่างใหญ่หลวงจากเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่รุ่นที่เก้าผู้ได้รับความเคารพนับถือในฐานะหัวหน้าผู้รักสงบได้รับอันตรายจนเกือบถึงแก่ชีวิตนั้น ได้ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ทั้งเหล่า*คาโปและผู้รับรู้เหตุการณ์อีกเป็นจำนวนมาก

 

* คาโป, คาโปเรจิเม (Capo Régime) ตำแหน่งสูงในวงการมาเฟีย อารมณ์ประมาณพวกผู้บริหารน่ะค่ะ อย่างตำแหน่งผู้พิทักษ์ที่เป็นตำแหน่งใหญ่รองๆ จากบอสอย่างสึนะเองก็นับเป็นคาโปได้เหมือนกัน และผู้ดำรงตำแหน่งคาโปเรจิเมนั้นจะมีกองกำลังส่วนตัวของแต่ละคนภายในแฟมิลี่ด้วยค่ะ

 

      ศึกชิงแหวนนี้มีปริศนามากมายซุกซ่อนอยู่ตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว

      เพราะเหตุใด XANXUS ผู้ที่น่าจะโดนสำเร็จโทษฐานก่อกบฎ ‘Yurikago’ เมื่อแปดปีก่อน จึงสามารถกลับมายืนหยัดต่อหน้าผู้คนในฐานะหัวหน้าหน่วยของวาเรียได้อีกครั้ง
      ยิ่งไปกว่านั้น อะไรที่ทำให้เขาซึ่งเป็นทายาทเพียงคนเดียวของรุ่นที่เก้าตัดสินใจลงมือก่อการจลาจลครั้งนี้ขึ้น
      และเขาไปใช้ชีวิตอยู่ที่ไหน อย่างไรในช่วงระยะเวลาแปดปีอันแสนยาวนานที่ผ่านมา
      หากรวมเรื่องราวของผู้ที่ให้ความร่วมมือแก่ XANXUS อย่างเหล่าผู้ที่อ้างว่าตนเองคือ*องค์กรเชลเบลโลเข้าไปด้วยแล้ว ปริศนาอันดำมืดที่ปกคลุมเหตุการณ์ครั้งนี้อยู่ก็ช่างซับซ้อนจนไม่อาจประมาณการณ์ได้
      ในเวลานี้ ความจริงของปริศนาหลายอย่างได้ถูกเปิดเผยออกมาแล้ว ส่วนที่ยังไม่พบคำตอบก็ได้มีการดำเนินการสืบสวนอยู่อย่างเต็มที่
      พวกเราอยากจะทำให้เรื่องราวทั้งหมดกระจ่างชัดเร็วขึ้นแม้เพียงจะวินาทีเดียวก็ยังดี
      สิ่งที่จะถูกบันทึกต่อไปนี้ เป็นบันทึกของคดีๆ หนึ่ง อันจะเป็นเบาะแสหนึ่งที่จะช่วยในการไขปริศนาเหล่านั้น
      ประมาณหนึ่งเดือนก่อนการเริ่มต้นของศึกชิงแหวน
      คดีที่พรรคพวกของเราได้ไปพานพบอย่างไม่คาดฝันขณะอยู่ในระหว่างการปฎิบัติภารกิจอื่นอยู่

คดีโจมตีและยึดครองเกาะ*มาเร เดียโวลา

 


*マレ・ディアボラ อันนี้ไม่ทราบจริงๆ ค่ะว่าภาษาอิตาลีมันจะเป็น  Mare Diavola, Mare Diabola, Male Diavola หรืออื่นๆ อีก ฯลฯ (แค่ R กะ L ก็มึนแล้วยังมี B กะ V อีก... อิตาลีออกตัววีเป็นบีน่ะค่ะ Orz’’’) เพราะงั้นขออ่านตามต้นฉบับล่ะนะคะ =v=’’’ (แต่ถ้าให้นกฮูกดำน้ำ นกฮูกจะนึกถึงคำว่า Mare- ทะเล กะ Diavola- ปิศาจ กร๊ากกกกกกกกก อ๊ะ งั้นก็นี่ก็ปิศาจตัวเมียอ่ะจิ?? << น่าน...)

*EDIT* เปลี่ยนคำว่า Kikan ของเชลเบลโลเป็นองค์กรตามที่ท่านไทโยบอกไว้ที่คอมเมนต์ด้านล่างค่ะ ขอบคุณมากๆ เลยนะค้า >w<

(...แต่เชลเบลโลนี่ไม่เปลี่ยนนะคะ ก็ irr ได้ยินอนิเมเขาเรียกงั้นนี่นา... << ดูมัน) 

 


 16 กันยายน 23.55 น.

 

        ดวงตาที่อยู่เบื้องหลังกรอบแว่นสั่นไหวอย่างตื่นตระหนก
        “อะไร... กัน...”
        ออตตาวิโอนั้นเป็นคาโปหนุ่มของวองโกเล่แฟมิลี่ที่มีความสามารถจนเป็นที่ถูกจับตามองเป็นอย่างมากคนหนึ่ง
        นิสัยของเขาที่มักจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราววุ่นวายอย่างเปิดเผยนั้น คาดเดาได้ไม่ยากจากใบหน้าสงบสเงี่ยมเข้ากับแว่นไร้กรอบ แต่ด้วยความสามารถด้านการเจรจาต่อรองในเรื่องต่างๆ และจุดเด่นที่ว่าไม่ว่าจะเป็นงานแบบไหนก็สามารถลงมือปฎิบัติการได้อย่างเยือกเย็น ทำให้เขาได้รับตำแหน่งที่มีอำนาจสูงในแฟมิลี่อย่างคาโปเรจิเมแม้จะยังอยู่ในวัยเพียงสามสิบเท่านั้น
        การที่เขาคนนั้นจะแสดงท่าทีวุ่นวายใจหรือตื่นตระหนกได้มากขนาดนี้นับว่าเป็นเรื่องที่แปลกมาก
        ดังนั้น..
        ก็หมายความว่าบุคคลผู้ที่ปรากฏตัวขึ้นราวกับแทรกซึมออกมาจากความมืดยามรัตติกาลนั่น สำหรับออตตาวิโอแล้วเป็นบุคคลที่มีความสำคัญมากขนาดนั้นนั่นเอง
        “..........................”
        ชายผู้อยู่เบื้องหน้าออตตาวิโอจ้องมองเขาอย่างเงียบๆ
        เขาเป็นชายร่างสูง...
        ออตตาวิโอเองก็ไม่ได้นับว่าเป็นคนร่างเล็กแต่อย่างใด แต่อีกฝ่ายที่กำลังยืนมองออตตาวิโออยู่นั้น แม้จะเทียบจากส่วนสูงโดยเฉลี่ยของชายอิตาลีแล้วก็กล่าวได้ว่าเป็นคนที่สูงมากทีเดียว
        มองเพียงปราดเดียวก็รู้ได้ว่าไม่ใช่คนธรรมดา
        เขาเป็นชายที่มีบรรยากาศที่ชวนให้ผู้พบเห็นทุกคนรู้สึกเช่นนั้น
        ชุดที่ถูกสวมใส่อย่างหลวมๆ ไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงความไร้ระเบียบ หากแต่กลับทำให้ผู้มองรู้สึกถึงจิตใจอันแรงกล้าที่จะไม่ยอมถูกผูกมัดโดยสิ่งใด และมันก็ได้ก่อให้เกิดความรู้สึดกดดันแก่บุคคลโดยรอบและเข้าครอบคลุมสถานที่นั้นเอาไว้
        “………….อา..”
        ออตตาวิโอถอนหายใจเบาๆ พลางคุกเข่าลง
        และบรรยากาศรอบตัวเขาทั้งสองก็ราวกับจะบอกว่านั่นเป็นเรื่องธ