อืม... หายไปสองอาทิตย์ เพราะโรคขี้เกียจเกาะหลังปิดเทอมมาได้อาทิตย์นึงแล้วก็กลับมาพร้อมกับไอ้นี่... แบบนี้สินะที่เขาเรียกว่ารนหาที่... ได้ข่าวว่านิยายโกคุยังไม่จบ (เอาน่ะ... อีกสองตอน อีกสองตอน...)

จริงๆ นิยาย X- Fiamma ตอนนี้แมวส้มแถวๆ นี้(ฮา) ก็เคยทำสรุปย่อไว้ล่ะค่ะ (แต่ไม่ได้ลงบลอก) แต่เนื่องจากยังไงแบบย่อกับแบบเต็มอรรถรสมันก็น่าจะต่างกันน่า(หรืออันนี้จะเละกว่าก็ไม่รู้เพราะนกฮูกแปล =___='') + น่าจะยังมีคนไม่เคยอ่านอีกน่า... นกฮูกเลยนึกอยากแปลมั่ง... แน่นอนว่าบอกพี่แมวเฮดโฟนไว้ก่อนแล้วนะคะ กลัวตีกัน ฮ่าๆ XD

และปฎิบัติการเผายังดำเนินต่อไปค่ะ เพราะเพิ่งสำเหนียกได้เมื่อคืนนี้เองว่าวันนี้วันเกิดบอส กร๊าก ปั่นไฟลุกได้อีก แต่เอาเถอะเนอะคะ ไฟลุกโชติช่วงจะได้สมศักดิ์ศรีบอสไง.. เนอะ เนอะ เนอะ (ดูมันแถ...)

เอาเป็นว่า... Buon Bompleanno XANXUS (Sama~) ค่า~~~~ XD ขอให้บอสได้มีบทอีกไวๆ และลุกจากเก้าอี้ทาซูเปอร์กลูได้ซะทีนะคะ =v=+ (โดนปาโต๊ะใส่...)

แหม่ ถ้าไม่ได้เปิดอนิเมตอน 140 นั่นดู คำพูดข้างบนทั้งหมดนี่คงไม่มีวันออกจากปาก irr เลยนะเนี่ย (แล้วอย่าว่าแต่แปลไอ้นิยายข้างล่างนี่เลย ก่อนหน้านี้อ่านเองยังไม่อ่านเลยเหอะ กร๊าก)

ว่าแล้วก็แปะล่ะค่า~

 

+++++++++++++++++++++

 

***

รุณาอย่านำบทแปล ไปเผยแพร่ที่อื่น

ดยไม่ได้รับอนุญาตนะคะ

***

 

 

 

Katekyo Hitman Reborn Secret Bullet 2 : X-Fiamma

ผู้แต่ง: Amano Akira & Koyasu Hideaki

Xanxus's (Varia's?) Chapter: X - 炎 / X -Fiamma

แปลภาษาไทย(แบบไฟลุก)โดย Irregulars

 

 

 

 

WARNING!!!

 

1. ผู้แปล หรือ irr นี่แหละ ไม่ได้อ่านฉบับแปลไทยเลยตั้งแต่ช่วงภาคโคคุโยค่ะ

เพราะงั้นศัพท์แปลไทยจะไม่รู้เยอะมากถึงมากที่สุด (แล้วบอกตามตรงว่าไม่คิดจะลงทุนถึงขนาดไปซื้อมาดูคำแปลด้วย =__=') ถ้าเจอไอ้นี่ล่อทับศัพท์ ขอรบกวนให้ท่านผู้อ่านลิงค์กันเอาเองนะคะว่ามันหมายถึงอะไร =v='' แต่ถ้าท่านใดไม่ชอบแบบนี้ ขอแนะนำให้ปิดหน้านี้ด่วนโลดค่ะ เหอๆ

(หลังจากแปลมาหลายอัน มันเพิ่งสำเหนียกได้ว่าควรเขียนเตือนเรื่องนี้ตั้งนานแล้ว...)

2. รอบนี้ไม่มีใครหลงมาให้ตะครุบจับมาเป็นเบต้าค่ะ เพราะงั้นมีความเป็นไปได้สูง(หรือบอกว่าแน่นอนจะถูกกว่า..)ว่าจะภาษามันจะมึนๆ นะคะ กร๊าก=v='''

 

 

 

 X - Fiamma

 

       ศึกชิงแหวนวองโกเล่
       เวลาได้ล่วงเลยไปหลายวันแล้ว หลังจากที่เหตุการณ์ที่ถูกผู้เกี่ยวข้องพากันเรียกขานกันเช่นนั้นได้จบลง

       XANXUS
       ทายาทของวองโกเล่รุ่นที่เก้า และหัวหน้าของหน่วยลอบสังหารวาเรีย

       ซาวาดะ สึนะโยชิ
       ลูกชายคนเดียวของซาวาดะ อิเอมิตสึ *Vongola Mongaikomon ผู้สืบสายเลือดของวองโกเล่รุ่นที่หนึ่งที่ย้ายถิ่นฐานมาอาศัยอยู่ญี่ปุ่น

 

*ตำแหน่งป๋าสึนะค่ะ... ไม่เคยผ่านหูเลยนะเนี่ยจะว่าไป ภาษาไทยอ่ะ =v='

 

       การต่อสู้ชิงตำแหน่งหัวหน้ารุ่นต่อไปของทั้งสองได้จบลงอย่างพลิกความคาดหมายของคนส่วนใหญ่ โดยที่ชัยชนะตกเป็นของเด็กหนุ่มผู้อ่อนวัยกว่า... ซาวาดะ สึนะโยชิ
      ทว่ายังมีเรื่องที่เหนือความคาดหมายของคนรอบข้างยิ่งกว่านั้นอีกเกิดขึ้น นั่นคือความเป็นจริงที่ว่าไม่ใช่เพียงแต่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับศึกชิงแหวนเท่านั้น ตัววองโกเล่แฟมิลี่เองก็ได้รับความเสียหายอย่างใหญ่หลวงจากเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่รุ่นที่เก้าผู้ได้รับความเคารพนับถือในฐานะหัวหน้าผู้รักสงบได้รับอันตรายจนเกือบถึงแก่ชีวิตนั้น ได้ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ทั้งเหล่า*คาโปและผู้รับรู้เหตุการณ์อีกเป็นจำนวนมาก

 

* คาโป, คาโปเรจิเม (Capo Régime) ตำแหน่งสูงในวงการมาเฟีย อารมณ์ประมาณพวกผู้บริหารน่ะค่ะ อย่างตำแหน่งผู้พิทักษ์ที่เป็นตำแหน่งใหญ่รองๆ จากบอสอย่างสึนะเองก็นับเป็นคาโปได้เหมือนกัน และผู้ดำรงตำแหน่งคาโปเรจิเมนั้นจะมีกองกำลังส่วนตัวของแต่ละคนภายในแฟมิลี่ด้วยค่ะ

 

      ศึกชิงแหวนนี้มีปริศนามากมายซุกซ่อนอยู่ตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว

      เพราะเหตุใด XANXUS ผู้ที่น่าจะโดนสำเร็จโทษฐานก่อกบฎ ‘Yurikago’ เมื่อแปดปีก่อน จึงสามารถกลับมายืนหยัดต่อหน้าผู้คนในฐานะหัวหน้าหน่วยของวาเรียได้อีกครั้ง
      ยิ่งไปกว่านั้น อะไรที่ทำให้เขาซึ่งเป็นทายาทเพียงคนเดียวของรุ่นที่เก้าตัดสินใจลงมือก่อการจลาจลครั้งนี้ขึ้น
      และเขาไปใช้ชีวิตอยู่ที่ไหน อย่างไรในช่วงระยะเวลาแปดปีอันแสนยาวนานที่ผ่านมา
      หากรวมเรื่องราวของผู้ที่ให้ความร่วมมือแก่ XANXUS อย่างเหล่าผู้ที่อ้างว่าตนเองคือ*องค์กรเชลเบลโลเข้าไปด้วยแล้ว ปริศนาอันดำมืดที่ปกคลุมเหตุการณ์ครั้งนี้อยู่ก็ช่างซับซ้อนจนไม่อาจประมาณการณ์ได้
      ในเวลานี้ ความจริงของปริศนาหลายอย่างได้ถูกเปิดเผยออกมาแล้ว ส่วนที่ยังไม่พบคำตอบก็ได้มีการดำเนินการสืบสวนอยู่อย่างเต็มที่
      พวกเราอยากจะทำให้เรื่องราวทั้งหมดกระจ่างชัดเร็วขึ้นแม้เพียงจะวินาทีเดียวก็ยังดี
      สิ่งที่จะถูกบันทึกต่อไปนี้ เป็นบันทึกของคดีๆ หนึ่ง อันจะเป็นเบาะแสหนึ่งที่จะช่วยในการไขปริศนาเหล่านั้น
      ประมาณหนึ่งเดือนก่อนการเริ่มต้นของศึกชิงแหวน
      คดีที่พรรคพวกของเราได้ไปพานพบอย่างไม่คาดฝันขณะอยู่ในระหว่างการปฎิบัติภารกิจอื่นอยู่

คดีโจมตีและยึดครองเกาะ*มาเร เดียโวลา

 


*マレ・ディアボラ อันนี้ไม่ทราบจริงๆ ค่ะว่าภาษาอิตาลีมันจะเป็น  Mare Diavola, Mare Diabola, Male Diavola หรืออื่นๆ อีก ฯลฯ (แค่ R กะ L ก็มึนแล้วยังมี B กะ V อีก... อิตาลีออกตัววีเป็นบีน่ะค่ะ Orz’’’) เพราะงั้นขออ่านตามต้นฉบับล่ะนะคะ =v=’’’ (แต่ถ้าให้นกฮูกดำน้ำ นกฮูกจะนึกถึงคำว่า Mare- ทะเล กะ Diavola- ปิศาจ กร๊ากกกกกกกกก อ๊ะ งั้นก็นี่ก็ปิศาจตัวเมียอ่ะจิ?? << น่าน...)

*EDIT* เปลี่ยนคำว่า Kikan ของเชลเบลโลเป็นองค์กรตามที่ท่านไทโยบอกไว้ที่คอมเมนต์ด้านล่างค่ะ ขอบคุณมากๆ เลยนะค้า >w<

(...แต่เชลเบลโลนี่ไม่เปลี่ยนนะคะ ก็ irr ได้ยินอนิเมเขาเรียกงั้นนี่นา... << ดูมัน) 

 


 16 กันยายน 23.55 น.

 

        ดวงตาที่อยู่เบื้องหลังกรอบแว่นสั่นไหวอย่างตื่นตระหนก
        “อะไร... กัน...”
        ออตตาวิโอนั้นเป็นคาโปหนุ่มของวองโกเล่แฟมิลี่ที่มีความสามารถจนเป็นที่ถูกจับตามองเป็นอย่างมากคนหนึ่ง
        นิสัยของเขาที่มักจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราววุ่นวายอย่างเปิดเผยนั้น คาดเดาได้ไม่อยากจากใบหน้าสงบสเงี่ยมเข้ากับแว่นไร้กรอบ แต่ด้วยความสามารถด้านการเจรจาต่อรองในเรื่องต่างๆ และจุดเด่นที่ว่าไม่ว่าจะเป็นงานแบบไหนก็สามารถลงมือปฎิบัติการได้อย่างเยือกเย็น ทำให้เขาได้รับตำแหน่งที่มีอำนาจสูงในแฟมิลี่อย่างคาโปเรจิเมแม้จะยังอยู่ในวัยเพียงสามสิบเท่านั้น
        การที่เขาคนนั้นจะแสดงท่าทีวุ่นวายใจหรือตื่นตระหนกได้มากขนาดนี้นับว่าเป็นเรื่องที่แปลกมาก
        ดังนั้น..
        ก็หมายความว่าบุคคลผู้ที่ปรากฏตัวขึ้นราวกับแทรกซึมออกมาจากความมืดยามรัตติกาลนั่น สำหรับออตตาวิโอแล้วเป็นบุคคลที่มีความสำคัญมากขนาดนั้นนั่นเอง
        “..........................”
        ชายผู้อยู่เบื้องหน้าออตตาวิโอนั้นจ้องมองเขาอย่างเงียบๆ
        เขาเป็นชายร่างสูง...
        ออตตาวิโอเองก็ไม่ได้นับว่าเป็นคนร่างเล็กแต่อย่างใด แต่อีกฝ่ายที่กำลังยืนมองออตตาวิโออยู่นั้น แม้จะเทียบจากส่วนสูงโดยเฉลี่ยของชายอิตาลีแล้วก็กล่าวได้ว่าเป็นคนที่สูงมากทีเดียว
        มองเพียงปราดเดียวก็รู้ได้ว่าไม่ใช่คนธรรมดา
        เขาเป็นชายที่มีบรรยากาศที่ชวนให้ผู้พบเห็นทุกคนรู้สึกเช่นนั้น
        ชุดที่ถูกสวมใส่อย่างหลวมๆ ไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงความไร้ระเบียบ หากแต่กลับทำให้ผู้มองรู้สึกถึงจิตใจอันแรงกล้าที่จะไม่ยอมถูกผูกมัดโดยสิ่งใด และมันก็ได้ก่อให้เกิดความรู้สึดกดดันแก่บุคคลโดยรอบและเข้าครอบคลุมสถานที่นั้นเอาไว้
        “………….อา..”
        ออตตาวิโอถอนหายใจเบาๆ พลางคุกเข่าลง
        และบรรยากาศรอบตัวเขาทั้งสองก็ราวกับจะบอกว่านั่นเป็นเรื่องธรรมดาที่ออตตาวิโอจะต้องแสดงความเคารพแก่ชายผู้อยู่ตรงหน้า
        “ไม่ได้พบกันเสียนานเลยนะครับ รุ่นที่สิบ”
        เหล่าลูกน้องของออตตาวิโอที่อยู่รายรอบพากันตื่นตกใจเมื่อได้ยินคำพูดนั้น
        ผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของวองโกเล่แฟมิลี่หรือบอสรุ่นที่เก้านั้น แม้ว่าในตอนนี้จะสูงวัยแล้ว แต่ก็ยังมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดีอยู่
        ออตตาวิโอเรียกชายคนนั้นว่า ‘รุ่นที่สิบ’
        นั่นก็หมายความว่า บุคคลที่อยู่ๆ ก็ปรากฏตัวออกมาอย่างกะทันหันคนนี้ คือบอสวองโกเล่รุ่นต่อไป
        “......... ออตตาวิโอ”
        ในที่สุดชายหนุ่มก็เอ่ยปากขึ้น
        น้ำเสียงของเขาบอกให้รู้ว่าผู้พูดนั้นเคยชินกับการออกคำสั่งต่อผู้อื่นเป็นอย่างยิ่ง
        เขาก้มลง แล้วกระชากผมหน้าของออตตาวิโอ จับให้หันหน้าเข้าหาตนเองแล้วพูดขึ้น
        “บอกสถานการณ์ของตอนนี้มา”
        “..... ครับ”
        แม้จะถูกทำท่าทีหยามเหยียดขนาดนั้น ออตตาวิโอกลับไม่ได้แสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาแม้แต่นิดเดียว ซ้ำยังทำราวกับว่าท่าทีเย่อหยิ่งของชายตรงหน้าเป็นเพียงเรื่องธรรมดา
        “ขณะนี้พวกเรากำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ยากลำบากมากครับ หากเป็นอย่างนี้ต่อไป ไม่ใช่แค่พวกเรา วองโกเล่.. ไม่สิ แม้แต่ตระกูลพันธมิตรเองก็คง...”
        “เฮ้ย”
        มือที่กำผมหน้าของออตตาวิโออยู่ออกแรงกำแน่นยิ่งขึ้น
        “เลิกพล่ามเรื่องงี่เง่าได้แล้ว ไอ้สวะ”
        “.............................”
        “คำตอบล่ะ?”
        “ครับ... ขอประทานโทษครับ”
        ออตตาวิโอหลุบตาลงต่ำอย่างสำนึกผิด แม้ใบหน้าของเขาจะเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
        “เมื่อประมาณสามชั่วโมงก่อน เรือนรับรองแขกบนเกาะมาเร เดียโวลาที่อยู่ห่างจากอ่าวนี้ไป 1.15 กิโลเมตร ได้ถูกกองกำลังติดอาวุธปริศนาเข้าโจมตีครับ”

        มาเร เดียโวลา

        เกาะนี้ที่เดิมทีกองทัพอิตาลีได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการป้องกันทางทะเล เมื่อเวลาได้ล่วงเลยไปก็ได้จบหน้าที่ของตัวมันลง และถูกเทขายกรรมสิทธิ์ให้แก่พลเรือน
        วองโกเล่แฟมิลี่ที่ได้ซื้อเกาะนี้มาได้ตั้งใจจะเปลี่ยนมันให้เป็นรีสอร์ตกลางทะเล จึงได้ดำเนินการก่อสร้างคฤหาสน์อันหรูหราและพัฒนาทรัพยากรต่างๆ ในเกาะขึ้น และผู้ที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ในการดูแลการจัดการเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับเกาะนี้ก็คือออตตาวิโอนั่นเอง
        ดังนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นบนเกาะมาเร เดียโวลาทั้งหมดก็ย่อมตกอยู่ในความรับผิดชอบของเขา
        แน่นอนว่า... สถานการณ์อันเลวร้ายที่สุดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ก็ด้วย
        “ที่เกาะมาเร เดียโวลาได้มีการจัดงานเลี้ยงเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างผู้มีอำนาจจากแฟมิลี่พันธมิตรขึ้นครับ ผู้เข้าร่วมงานทั้งหมดมีจำนวนราวๆ หนึ่งร้อยห้าสิบคน และในตอนนี้ทั้งหมดก็ถูกกองกำลังติดอาวุธควบคุมตัวเอาไว้อยู่ครับ”
        นั่นกล่าวได้ว่ามันเป็นสถานการณ์ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นเป็นอันขาด เพราะความเป็นจริงที่พวกเขากำลังเผชิญในตอนนี้ก็คือ เหล่ามาเฟียผู้กล้าหาญองอาจที่เป็นที่รู้จักกันดีในโลกเบื้องหลังของอิตาลี ตอนนี้กลับกลายเป็นฝ่ายที่ถูกจับตัวเอาไว้ไปเสียได้
        ทว่าสีหน้าของชายผู้กำลังรับฟังเรื่องราวที่ออตตาวิโอเล่าออกมาอยู่นั้น กลับไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เลยแม้แต่นิดเดียว
        “ไม่รู้ว่าควรจะพูดว่าโชคดีหรือเปล่า... ตัวผมมาถึงที่นี่ช้าเพราะติดธุระอื่นอยู่ เลยรอดจากการถูกจับมาได้...”
        แต่ถึงแม้จะพูดอย่างนั้น ออตตาวิโอกลับหลุบตาลงต่ำด้วยสีหน้าเจ็บปวด
        “กลุ่มติดอาวุธได้ยื่นเงื่อนไขให้กับพวกเรามาแล้วครับ ว่าถ้าอยากให้ปล่อยตัวประกันล่ะก็จะต้องส่งเงินสดยี่สิบล้านยูโรให้กับพวกมัน”
        พูดง่ายๆ มันก็คือการเรียกค่าไถ่นั่นเอง 
        แต่ออตตาวิโอก็ไม่สามารถตอบรับเงื่อนไขดังกล่าวอย่างง่ายดายได้
        เรื่องจำนวนเงินไม่ใช่ปัญหา หากแต่เพราะมาเฟียนั้นคือเหล่าบุรุษที่ให้ความสำคัญกับการปกป้องศักดิ์ศรีของตน แม้ว่ามันอาจจะหมายถึงการต้องใช้ชีวิตเป็นเดิมพันก็ตาม หากยอมแพ้ต่อการข่มขู่เอาเสียง่ายๆ อำนาจของพวกเขาก็มีแต่จะสูญสิ้น
        “ถ้าเตรียมเงินมาให้พวกมันก่อนรุ่งสางไม่ได้... ตัวประกันทั้งหมดก็จะ...”
        “เฮอะ”
        ชายหนุ่มปล่อยผมหน้าของออตตาวิโอที่ตนจับเอาไว้ออก แล้วหันหลังให้อีกฝ่าย
        “พวกแกน่ะอยู่เฉยๆ ที่นี่ล่ะ”
        “เอ๋...?”
        “ความปลอดภัยของพวกตัวประกันบนเกาะน่ะฉันจะเป็นคนรับประกันเอง... XANXUS ผู้สืบทอดที่ถูกต้องของวองโกเล่คนนี้นี่ล่ะ”

 

**********

 

        “มีแค่พวกเรานี่จะดีแน่งั้นเรอะ?”
        เสียงพึมพำเบาๆ ของชายคนหนึ่งดังขึ้น
        และในวินาทีต่อมา ก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้นจากเรือลำเล็กที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางความมืดมิดนั้น
        เสียงหัวเราะแห้งๆ, เสียงหัวเราะอย่างกลั้นเอาไว้ไม่อยู่, เสียงหัวเราะอย่างเย้ยหยัน... แม้ว่าจะต่างกัน แต่ทั้งหมดนั่นก็เป็นเสียงหัวเราะที่แฝงเจตนาดูถูกอีกฝ่ายเอาไว้อย่างชัดเจนไม่แตกต่างกันเลย
        “มีอะไรน่าขำกันนักหรือไง พวกแก!”
        เงาของเจ้าของเสียงลุกขึ้นอย่างกะทันหันพร้อมตวาดอย่างโกรธเกรี้ยวจนทำให้เรือโคลงเคลง
        “เฮ้ยยย! อย่าส่งเสียงดังเซ่!”
        เงาของคนอีกคนลุกขึ้นยืนพร้อมกับส่งเสียงดังไม่แพ้อีกฝ่ายที่ตนกำลังต่อว่าออกมา
        “ลืมแล้วหรือไงว่าทำไมพวกเราต้องมาหลบอยู่เงียบๆ ในความมืดแบบนี้? ถ้าดันทำให้อีกฝ่ายรู้ตัวเพราะเรื่องพรรค์นี้ แผนของ XANXUS ก็พังหมดสิวะ!”
        “คนอย่างแกอย่าบังอาจมาเรียกชื่อบอสนะเว้ยสควอโล!”
        ถึงจะไม่อาจเห็นหน้าของทั้งสองได้ชัดเจน  แต่รอบข้างก็รู้สึกได้ไม่ยากว่าบรรยากาศรอบๆ ตัวทั้งคู่กำลังตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะเกิดกระแสไฟปะทะกันอยู่รอมร่อแล้ว
        “เอาล่ะ พอแค่นั้นแหละ”
        ผัวะ! พลั่ก!
        “อุ...”
        “เฮ้...”
        เงาของคนทั้งสองทรุดลงนั่งพร้อมๆ กันด้วยอาการราวกับร่วงหล่นลงไป
        “อ้าวแหม เจ็บหรือเปล่าทั้งสองคน? แต่จริงๆ ก็ทำเพราะตั้งใจจะให้เจ็บล่ะนะ”
        “อูย.... ลุซซูเรีย...”
        “แก... ไอ้กะเทยนี่.....”
        ด้วยความที่ถูกเล่นงานเข้าที่ท้องอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้ความโกรธของทั้งสองคนพุ่งเป้าไปหาชายผู้เข้ามาขัดขวางการโต้เถียงของพวกตนเมื่อครู่ก่อนแทน...
        “ทำตัวดีๆ กันเสียทีเถอะน่า ทั้งสองคนเลย”
        เสียงพูดพร้อมกับถอนหายใจดังขึ้นบริเวณเบื้องล่างของพวกเขา และผู้ที่อยู่ตรงนั้นก็คือเจ้าของเงาร่างเล็กราวกับเด็กทารก
        “ทะเลาะกันด้วยเรื่องที่ทำเงินก็ไม่ได้พรรค์นั้นมันสนุกตรงไหนเหรอ?”
        “หนวกหูน่าเจ้าเปี๊ยกเวรนี่!”
        ชายผู้ถูกเรียกว่าสควอโลเงื้อขาขึ้นเตะร่างเล็กที่อยู่ตรงปลายเท้าตนอย่างเต็มแรง
        “!”
        แต่สัมผัสที่ได้รับกลับไม่ใช่อย่างที่มันควรจะเป็น... และเมื่อเขามองไปก็จะได้พบว่าเงาร่างเล็กๆ นั้นกำลังยืนอยู่ตรงปลายขาของตน
        “ฟังนะ? นี่เป็นภารกิจของพวกเราที่ห่างหายไปถึงแปดปีเชียวนะ”
        เสียงนั้นพูดขึ้นอย่างเรียบๆ แต่มันก็ทำให้บรรยากาศโดยรอบพวกเขาสงบลงได้แทบจะในทันที
        “วาเรีย หน่วยลอบสังหารที่แข็งแกร่งที่สุดของวองโกเล่จะได้ออกโรงหลังจากที่ไม่ได้แสดงฝีมือมาเสียนาน ทุกคนคงไม่อยากทำให้บอสต้องเสียหน้าใช่ไหม”
        “มันแน่นอนอยู่แล้ว!”
        ผู้ที่ตอบออกมาเช่นนั้นอย่างรวดเร็วกว่าคนอื่นๆ ที่เหลืออยู่ทั้งหมด ก็คือชายผู้ที่เป็นต้นเหตุของการทะเลาะเบาะแว้งเมื่อครู่ก่อนนั่นเอง
        เจ้าของเงาร่างเล็กๆ โดดกลับลงไปที่พื้นเรืออย่างแผ่วเบา แล้วกล่าวกับเขาด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับจะปลอบโยน
        “แล้วเลวี มีอะไรที่ทำให้เธอกังวลงั้นเหรอ?”
        “ฉันไม่ได้กังวล ก็แค่สงสัยว่าภารกิจครั้งนี้มีแค่พวกเราห้าคนลงมือมันจะไม่เป็นอะไรแน่หรือต่างหาก”
        “เธอกลัวว่ากำลังคนจะไม่พอ?”
        “ที่เกาะน่ะมีตัวประกันอยู่มากใช่ไหมล่ะ ถ้าจะช่วยให้พวกนั้นหนีไปได้ก็น่าจะระดมกำลังของ*หน่วยอัสนีที่ฉันฝึกมา...”

 

*ย้ำอีกที ไอ้ชื่อหน่วยระวีนี่นกฮูกก็ไม่รู้ว่ามันแปลว่าไงค่ะ เมาเอาจากชื่อแหวนนั่นแหละ =A=’’

 

        “งี่เง่าน่ะ ไม่เห็นต้องช่วยให้พวกนั้นหนีเลย”
        เจ้าของคำพูดนั้นก็คือสมาชิกคนที่ห้าผู้ไม่ได้เข้ามาร่วมวงสนทนาอันวุ่นวายของพรรคพวกจนถึงเมื่อครู่นั่นเอง มีดที่เขาถืออยู่ในมือกำลังส่องประกายวิบวับภายใต้แสงดาว
        “ฆ่าทิ้งซะให้หมดก็พอแล้วนี่ แค่นี้ก็แก้ปัญหาได้แล้ว”
        เขาพูดพลางส่งเสียงหัวเราะชิชิชิอันเป็นเอกลักษณ์
        ส่วนชายผู้ถูกเรียกว่าเลวี แม้จะส่งเสียง “อุ...” ออกมาเบาๆ แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีจะโต้เถียงอะไรมากไปกว่านั้น
        แล้วเงาร่างเล็กก็เอ่ยปากขึ้น เหมือนกับตั้งใจจะสรุปและปิดฉากการสนทนาทั้งหมด
        “ภารกิจนี้ถือเป็นบททดสอบของพวกเราด้วยเหมือนกัน ว่าพวกนายจะสามารถติดตามบอส... ไปสู่อนาคตที่บอสคาดหวังไว้ได้หรือเปล่าน่ะนะ”
        ทั้งสี่คนพยักหน้าราวกับจะบอกว่าพวกตนเข้าใจดีโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา
        และในตอนนั้น คำสั่งให้เริ่มปฎิบัติการตามแผนจาก XANXUS ก็ได้ถูกส่งผ่านมายังเครื่องส่งสัญญาณไร้สายขนาดเล็กของพวกเขา
        “ไปกันได้แล้วพวกแก!!!”
        เสียงของสควอโลและเสียงเครื่องยนต์ที่ดังขึ้นพร้อมกัน ได้ทำลายบรรยากาศอันเย็นเยือกยามรัตติกาลจนหมดสิ้น

 

~Part 1 END~

 

ลป. โศกนาฎกรรมระหว่างแปลสดๆ ร้อนๆ... แมลงผู้รนหาที่มาตายกลางเล่ม... Orz''' (อีกนิดเดียวจะโดนชื่อบอสแล้ว เอาเข้าไป ยังดีที่ไม่โดนหน้าภาพประกอบ TTvTT'')

ลป2. หลาม... เอ็งเป็นบุคคลที่ไม่น่าไปห้ามให้ชาวบ้านเสียงดังที่สุดเลยนะ ยิ่งเทียบตามแรงค์ฟูตะเนี่ย (ฮา)

ลป3. อืม... เอนทรีก่อนๆ นกฮูกบอกจะอัพอะไรนะ... ช่างมันเหอะ.... จะว่าไปชักจะเข้าใจแล้วสิว่าทำไมโดนบอกว่านิสัยเหมือนคนเลือดกรุ๊ปบีบ่อย =v='''

ลป4. นี่ irr มีโปรเจคต์ต่อเนื่องคาอยู่กี่อันแล้วฟระ Orz'''

ลป5. วันนี้ไปทอดกฐินกับที่บ้านมาล่ะค่ะ... บอสคะ... อยากได้บุญแถมเป็นของขวัญวันเกิดไปด้วยเลยมั้ยคะ เดี๋ยวกรวดน้ำใ....... (โดนเผาเป็นเถ้าดับอนาถ อูอา...)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านสนุกดีค่ะ big smile


ตำแหน่งป๋าอิเอมิสึ แปลไทยใช้คำว่า

ผู้ดูแลนอกแก๊ง อะค่ะ (ดูยังไงๆ sad smile )

#1 By Hano Akemi on 2009-10-10 21:15

โอ๊ะ นิยายๆ ถึงว่าเรื่องมันคุ้นๆ ที่แท้เคยผ่านตาไปแล้วนี่เอง ยังไงก็ขอบคุณมากนะฮะ เด๋วโจเอาเพลงบอสไปแปะที่บล๊อคต่อล่ะ ลันล้า HBD นะฮะบอส~~

#2 By [Joey]I'm the tutor home Reborn on 2009-10-10 21:40

วาเรียทะเลาะกัน น่ารักดีแฮะ...
เชลเบลโล Kikan นี่ คือองค์กรณ์เชลเบคโลรึเปล่าน้อ...

#3 By ไทโย on 2009-10-10 21:51

อา....อยากเป็นออตาวีโอค่ะ อยากโดนจิกหัว *โดนฉลามเสยแทน...* เคยสงสัยนะคะว่าบอสมีอะไรนักหนาทำไมวาเรียถึงหลงบอสกันขนาดนั้น ขนาดยอมรอมา 8 ปี...

ฮาตรงสควอลโล่บอกให้คนอื่นเงียบนี่แหละค่ะ... กร๊ากกกกก กล้าว่าใครเค้าด้วยหรือคะนั่น?

แปลอิตาลีจากญี่ปุ่นอีกที....ลำบากน่าดูนะคะนั่น
สุขสันต์วันเกิดป๋าด้วยค่ะ ขอให้หล่อแมน มีบทเยอะ ๆ และ...เห็นด้วยค่ะ...ลุกจากเก้าอี้ซะที...confused smile

ปล... คุณอิเคดะตอนยังเป็นนักร้องเนี่ย....ท่าเต้นตอนร้องไปด้วยเยี่ยมไปเลยค่ะ *ขำ*

#4 By ::Nichi:: on 2009-10-10 22:39

ขอบคุณสำหรับคำแปลมากๆค่ะ

#5 By Hitsugaya~kun on 2009-10-10 23:07

ว้าว ขอบคุณมากค่ะที่แปลให้!
อยากอ่านมานานแล้ว > <

#6 By Asakura Yuki on 2009-10-11 08:21

โอ้~ ก็อ่านสนุกดีนี่ ชอบตอนที่ฉลามกับระวีเถียงกัน อ่านคำแปลนกฮูกแล้วได้อารมณ์อ่ะ (ชอบตอนเจ๊ลุซสอยระวีกับฉลามร่วงด้วย เจ๊สุดยอดไปเลยค่าcry )

ตอนสรุปก็เจอปัญหากับมาเรเีดียโวลาเหมือนกัน ใกล้เคียงที่สุดที่พอหาได้ก็Mare Diavolo คิดว่าเดียโวลามันมาจากชื่ออาหารอิตาเลียนอย่างนึง บวกกับคำว่า "มาเร" เข้าไป จะได้ออกมาประมาณว่าเดียโวลาหน้าทะเลอ่ะ

ตอบล.ป.3 หืม? อัพไว้ว่าไงเหรอ? ไม่เป็นไรหรอก คนเลือดกรุ๊ปเอบีจำไม่ได้แล้ว 55

ล.ป.5อนุโมทนาบุญจ้า

รออ่านตอนต่อปาย นกฮูกสู้ๆcry

#7 By Asana Fay on 2009-10-11 09:27

ป๋าอิเอมิสึรู้สึกว่าจะเป็น "ผู้ดูแลนอกแก๊ง" นะคะ
หนุกดีค่ะ อยากอ่านต่อ

แต่อยากเห็นแบบเป็นเล่มๆเลย อยากเห็นภาพประกอบ *_*

#8 By K.K. on 2009-10-11 11:09

ขอบคุณมากๆค่านกฮูกซัง

สำนวนแปลดีมากเลยเจ้าค่ะ อ่านแล้วเห็นภาพเลยว่าป๋าแซนมีพลังน่าเกรงขามแค่ไหน...

แต่ว่าตัวละครออริที่ออกมานี่ใช่ตาคนใส่แว่นคล้ายๆไอเซ็นหรือเปล่าคะ? embarrassed

เพราะเคยเห็นภาพประกอบเรื่องนี้มาก่อนแต่ไ่ม่แน่ใจ sad smile

สุดท้าย HBD ป๋าแซนด้วยค่ะ ขอให้ความสุขมากๆนะบอส cry

#9 By Kukuri~~~ on 2009-10-11 16:36

แอร๊ยยยยยย!!!
หาคนแปลมานานแสนนาน... มิเนะก็ซื้อนิยายเล่มนี้มาเก็บไว้ค่ะ แต่อ่านไปออกเลยแม้แต่น้อย 55+ (ซื้อเพื่อเอาหน้าสีเฉยๆ TTuTTlll)

มาต่อไวๆนะคะ มิเนะจะรอ ร๊อออ รอออ

ปล.แฮปๆบอสย้อนหลังค่าา~♥
เข้ามา HBD คุณแสนศักดิ์ด้วย >[]<!!

แอบรายงานความคืบหน้าค่ะ
เราอ่านรีบอร์นเวอร์ชั่นภาษายุ่นไปถึงเล่มสอง
แล้วก็ต้องหยุดพักก่อนเนื่องจากสอบ (ฮา)

สนุก >[]<!!!

#11 By มกจัง on 2009-10-11 20:05

หลามศรี.....เออ...ไปห้ามคนอื่นเสียงดังแล้วไม่รู้สึกแปลกๆมั่งหรอ...คือหลามจะรู้ตัวไม๊ว่าตัวเองเสียงดังที่สุดเลยน่ะ=_=

ปล.HBDป๋าแสนศักดิ์ด้วยนะคะ
ขอให้ป๋ารัหหลามนานๆอย่าSMมากนักเดี๋ยวหลามหนีไม่รู้ด้วย (เกี่ยวไม๊5555+)
โอ๊ะ มาเห็นชื่ออีตาออคตาวีโอแล้ว จำได้คุ้นๆว่าเคยอ่านเวอร์ชั่นแมวส้มอยู่ ได้อ่านแบบละเอียดก็ดีไปอีกอย่าง...แล้วจะรออ่านภาคต่อนะจ๊ะ ;)

ปล. ไหดองชักจะส่งกลิ่นแล้วนะ นกฮูก...

#13 By +hiyuura+ on 2009-10-12 18:44

555 เกาะผีทะเล open-mounthed smile confused smile confused smile
ออตตาวิโอเนี่ยให้ภาพพจน์เสะเอ็มแรงมากๆเลย ทาสเต็มขั้น (แค่ภาพพจน์เพราะรู้ตอนจบแล้ว) เชลเบลโลคิดว่าตรงกว่าเชลเบคโลนะคะ เคยเปิดดิกหาแล้วมันน่าจะเป็นคำว่า cervello ที่แปลว่าสมอง
ถ้าป๋าแซนได้เป็นรุ่นที่ 10 สงสัยได้มีจิกหัวใช้ลูกน้องแบบตรงตัวแหงๆ confused smile

#14 By talalan on 2009-10-15 08:09

สนุกๆ

#15 By เงามณี on 2009-10-27 20:37