แปล Psycho-Pass/Zero 1.2-1.3

posted on 15 Feb 2013 21:04 by irregular directory Cartoon

กลิ้งมาแปะนิยายไซโคพาสฉบับแปลต่อจากเอนทรีที่แล้ว

ตอนนี้ที่เว็บ Noitamina มีตัวอย่างนิยายลงถึงตอนถึงพาร์ท 5 ของบทที่ 1 ล่ะค่ะ แล้วยิ่งนกฮูกยิ่งอ่าน+เล่าให้พี่ยูระฟัง ยิ่งรู้สึกว่า.......................

 

............................. ต่อข้างล่างเหมือนเดิมละกันค่ะ 8D #เกรียนอีกละ


 

 

+++++++++++++++++++++++++++

 

******

 

กรุณาอย่านำบทแปลไปเผยแพร่ที่อื่น

โดยไม่ได้รับอนุญาตค่ะ


******

 

 

 

Noitamina Novel

PSYCHO-PASS/Zero Namae no Nai Kaibutsu

ผู้เขียน : Takaha Aya

Source: http://noitamina.tv/novel/

แปล : irregulars

แปลบ้างเรียบเรียงบ้างตามแต่นกฮูกตัวบนจะไปเกาะขอให้ช่วยเพราะมันนึกไม่ออก : Taiki

Special Thanks : Hiyuura ขอบคุณสำหรับชื่อภาษาไทย+ศัพท์เฉพาะในเรื่องเวอร์ Eng

(เนื่องจากนกฮูกดูเวอร์ดิบ 8D;;;)ค่าาาา XD

 

 

บทที่ 1.1

 

 

 

PSYCHO-PASS/Zero

สัตว์ประหลาดที่ไร้นาม

Chapter 1

 

 

2


“นี่ ถ้าไม่มีธุระอะไรขอฉันกลับได้มั้ย?”

คิริโนะ โทโกะพูดขึ้นระหว่างมองชายสองคนที่กำลังเขม่นกันอยู่สลับไปมา

หนาว

พวกผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้เอาแต่เถียงกันโดยไม่สนใจจะหาเครื่องดื่มร้อนๆ หรือผ้าขนหนูให้เด็กสาวผู้ซึ่งเปียกปอนไปทั้งตัวเลย อุณหภูมิร่างของโทโกะที่เย็นเฉียบเพราะไปตากลมหนาวในเดือนกุมภาพันธ์มา แทบจะลดต่ำลงยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้เจอบรรยากาศเย็นเยือกของสองคนนี้

“ว่าแต่มันหนาวนะ ปรับอุณภูมิเครื่องปรับอากาศให้สูงกว่านี้ไม่ได้เหรอ?”

ในปีนี้โทโกะกำลังจะมีอายุครบ 16 ปี และตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีใครเสียมารยาทกับเธอเช่นนี้เลย

เธอเข้าโรงเรียนโอโซซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนชื่อดังตั้งแต่เด็ก และถูกดูเลี้ยงอย่างทะนุถนอมท่ามกลางบรรดาคุณหนูด้วยกันมาตลอด ต่อให้ออกไปนอกโรงเรียน ถ้าสวมชุดนักเรียนที่เป็นชุดกะลาสีซึ่งเปรียบเหมือนสัญลักษณ์อย่างหนึ่งอยู่คนรอบข้างก็จะปฏิบัติต่อเธออย่างสุภาพ

แล้วดูตอนนี้สิ

ทั้งชุดนักเรียนแบบอนุรักษ์นิยม และเรือนผมหนาสีดำขลับที่ภาคภูมิใจต่างเปียกโชกจนแนบชิดกับตัว... ทั้งๆ ที่เธออยู่ในสภาพน่าเวทนาชนิดที่ว่าถ้าบิดาผู้เข้มงวดได้มาเห็นคงร้องไห้เป็นเขื่อนแตกแน่ ผู้ใหญ่สองคนนี้ก็ไม่มีทีท่าดูจะเป็นห่วงเธอแม้แต่นิดเดียว

เธอรู้สึกเหลืออดแล้ว ทั้งด้านร่างกายและด้านจิตใจ

และดูเหมือนว่าชายผมสั้นจะรู้สึกได้ว่าโทโกะกำลังอารมณ์ไม่ดี เขาจึงหันไปพูดกับเธอพร้อมยิ้มให้อย่างเป็นมิตรด้วยท่าทีที่ต่างกับเมื่อสักครู่โดยสิ้นเชิง

“โอ๊ะโทษทีที่ปล่อยทิ้งไว้ พอดีหมอนี่มันหัวแข็งไปหน่อย”

เท่าที่ฟังจากบทสนทนาเมื่อครู่ ตาผมดำน่าจะเป็นหัวหน้าของตาผมสั้น... แต่ตาผมสั้นกลับไม่มีท่าทีเกรงใจหรือเคารพอีกฝ่ายเลยแม้แต่นิดเดียว

ชายผมดำยักไหล่อย่างรู้สึกผิดเมื่อถูกโทโกะจ้องด้วยสายตาสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งสอง

“ขอโทษที เดี๋ยวจะปรับอุณหภูมิห้องแล้วสั่งผ้าขนหนูให้นะ”

เขากล่าวก่อนจะหันหลังให้โทโกะ และพูดใส่อุปกรณ์สายรัดข้อมือของตน “ผ้าขนหนูสองผืน...” ดูเหมือนจะสั่งเผื่อตัวเองด้วย

นั่นมันเครื่องมือสร้างโฮโลแกรมแบบพิเศษที่มีแต่เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานควบคุมสาธารณะเท่านั้นที่จะมีไว้ในครอบครอง... โทโกะจะชะโงกตัวไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าข่าวลือว่ามันไม่เหมือนกับเครื่องที่คนทั่วไปได้รับนั้นจริงหรือเปล่า แต่แล้วเป้าหมายของเธอถูกขัดขวางด้วยชายผมสั้นผู้โน้มตัวเข้ามาใกล้

“ชุดนักเรียนน่ารักดีนะ ของโรงเรียนโอโซใช่มั้ยน่ะ? ที่เป็นโคตรโรงเรียนคุณหนูนั่น”

แทนที่เด็กสาวจะรู้สึกตกใจที่อีกฝ่ายเข้ามาใกล้อย่างกะทันหัน ความรู้สึกไม่พอใจที่ถูกขวางกลับมีมากกว่า โทโกะจึงจ้องหน้าอีกฝ่ายกลับอย่างไม่พอใจโดยไม่ถอยหนี ชายผมสั้นมองท่าทีของเธออย่างประหลาดใจก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ

“เป็นคุณหนูที่ใจกล้าไม่เบานี่”

เขาพูดแล้วสูบบุหรี่อีกครั้งก่อนจะพ่นควันออกมาปุ๋ยๆ

สมัยนี้ยังมีคนสูบของโบราณอย่างนี้อยู่อีกเหรอเนี่ย คราวนี้ดวงตากลมโตของโทโกะจับจ้องไปที่บุหรี่ของชายผมสั้นอย่างสนอกสนใจ

“อื๋อ? อะไรกัน ไม่เคยเห็นเรอะ สูบมั้ย?” พูดจบชายผมสั้นก็ยื่นซองบุหรี่บี้ๆ ให้กับเด็กสาว ก่อนจะโดนผู้เป็นหัวหน้าตบหัวเอา

“ติดต่อไปที่โรงเรียนของเธอแล้ว รอคนมารับที่นี่นะ”

โทโกะรู้สึกหนาวยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินคำพูดของชายผมดำ ซึ่งเมื่อเขาเห็นเด็กสาวตัวสั่นน้อยๆ จึงถามออกมาว่า

“ยังหนาวอยู่เหรอ”

หนาว

และหนาวหนักขึ้นไปอีกเมื่อนึกถึงสีหน้าฉุนจัดของอาจารย์หญิงเจ้าอารมณ์ ผู้ซึ่งคงชักสีหน้าปั้นปึ่งเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งวัยผุดขึ้นเต็มไปหมดแล้วพูดกับเธอว่า “โทโกะซังนี่คุณอีกแล้วเหรอ?!” เป็นแน่

“ความจริง... ฉันกลับคนเดียวก็ได้แท้ๆ”

“จะโยนเด็กไม่บรรลุนิติภาวะออกไปข้างนอกเวลาแบบนี้ได้ยังไงล่ะ ยิ่งเด็กที่ไปเจอในเขตรกร้างยิ่งแล้วใหญ่”

ชายผมดำพูดต่อกับโทโกะที่นั่งทำหน้าบูดบึ้ง

“ไปเดินเล่นในเขตรกร้างกลางดึกนี่ดูจะไม่ใช่งานอดิเรกที่น่าชื่มชมเท่าไหร่นะ ตอนนี้มันอาจจะยังไม่มีผลกระทบกับสีของไซโคพาสก็จริง แต่ทำอย่างนี้ต่อไปจะเป็นยังไงไม่รู้หรอกนะ”

โทโกะชักสีหน้าบูดบึ้งด้วยความรู้สึกหนาวยะเยือกยิ่งกว่าเดิมเมื่อรู้สึกตัวว่าเป้าหมายในการอบรมของอีกฝ่ายเปลี่ยนจากชายผมสั้นมาเป็นตนเอง

การที่เด็กสาวธรรมดาวัย 16 ซึ่งถูกขังไว้ในคุกขนาดใหญ่ยักษ์ที่ชื่อว่าโรงเรียนประจำหญิงล้วนจะออกเที่ยวเล่นในเมืองเพราะต้องการหาอิสระเล็กๆ น้อยๆ มันผิดมากขนาดนั้นเลยหรือไง

ความจริงเธอเองก็รู้ตัวว่ามันออกจะเลยเถิดไปหน่อยสำหรับเด็กวัยรุ่นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่สถานที่ๆ โผล่ไปคือเขตรกร้างขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังทำใจก้มหัวขอโทษไม่ลง

โทโกะแสร้งทำเป็นเบนสายตาไปทางอื่น แล้วเริ่มม้วนปลายผมยาวประบ่าของตนเล่น

ท่าทีแบบนี้นี่แหละที่ใช้กับผู้ใหญ่ได้ผลที่สุด

หากนิ่งเงียบไปเรื่อยๆ เดี๋ยวอีกฝ่ายก็จะหมดความอดทนไปเอง และเมื่อได้เห็นอาการเช่นนั้นตัวเองก็จะสามารถคงความสงบเอาไว้ได้โดยธรรมชาติ โทโกะรู้ดีว่าการรักษาสถานะทางจิตใจให้เหนือกว่าด้วยเช่นนี้และคอยแอบดูถูกพวกผู้ใหญ่อยู่ในใจนี่ล่ะคือวิธีการรับมือที่ถูกต้องของวัยรุ่น

“นี่ ฟังอยู่หรือเปล่า”

ดูเหมือนชายผมดำจะกำลังตกที่นั่งลำบากเมื่อเจอท่าทางของโทโกะตามที่เธอเล็งเอาไว้

โทโกะปัดผมอย่างพึงพอใจและแอบแลบลิ้นใส่อีกฝ่ายในใจ

แล้วเธอก็ได้ยินเสียงชายอีกคนที่กำลังพยายามกลั้นหัวเราะดังมาจากข้างๆ

“ขนาดโคงามิยังสู้เด็กผู้หญิงม.ปลายไม่ได้เหรอเนี่ย”

ชายผมสั้นพูดอย่างขบขันแล้วหันไปจ้องโทโกะ

“คุณหนูอาจจะไม่รู้ แต่ในโลกนี้น่ะมีคนไม่ดีแบบที่คนปกติอาจจะคาดไม่ถึงอยู่นะ ... อย่างฉันเนี่ย”

โทโกะกรี๊ดลั่นและยกกระเป๋าขึ้นหวังฟาดเกรียนที่อยู่ๆก็ทำท่าหื่นกระหายอยากปล้ำตน *ซับนรก by พี่ยูระ*

โทโกะกรีดร้องและยกกระเป๋าขึ้นจะฟาดใส่ชายผมสั้นที่อยู่ๆ ก็ลุกขึ้นตั้งท่าจะคร่อมตน แต่ชายหนุ่มกลับปัดแขนของโทโกะออกไปอย่างง่ายดายราวกับรู้ตั้งแต่แรกว่าจะถูกเหวี่ยงกระเป๋าใส่ และคว้าข้อมือของเด็กสาวกดลงกับโต๊ะ จนร่างของโทโกะล้มลงบนโต๊ะตามข้อมือที่ถูกดึงไป ที่ล็อกกระเป๋าของเธอเปิดออกด้วยแรงกระแทกทำให้สิ่งของที่บรรจุอยู่ภายในกระเด็นออกมา

“อ.....!!!”

“อ้าว ตกใจจนพูดไม่ออกเลยเหรอ มีส่วนน่ารักเหมือนกั.....”

อยู่ๆข้อมือไอ้หื่นก็ถูกจับด้วยท่าเบนด์แอนด์ทวิสต์จับแยกออกจากโทโกะก่อนจะพูดจบ *ซับนรก by พี่ยูระอีกที 8D*

ชายหนุ่มโดนจับข้อมือบิดขึ้นสูงและถูกดึงออกห่างโทโกะก่อนที่จะทันได้พูดจบ

“เจ็บเจ็บเจ็บเจ็บ!!”

“นายนี่... ทำตัวให้มันดีๆ เสียทีเหอะ”

ชายผมดำหันไปขอโทษโทโกะทั้งๆ ที่ยังบิดข้อมือของชายผมสั้นอยู่ด้วยสีหน้าเอือมระอา

“ขอโทษนะ..... ไว้ฉันจะลากหมอนี่ไปอบรมใหม่”

นี่มันอะไรกันเนี่ย?

โทโกะหลุดหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้เมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า

ทั้งๆ ที่เปียกปอนไปทั้งตัว แถมยังถูกตำรวจควบคุมตัวลากมาอบรม(ซึ่งอีกเดี๋ยวก็คงโดนอ.หญิงเฉ่งอีกระลอก) อะไรๆ ก็ดูออกจะแสนเลวร้าย... แต่สิ่งที่เธอได้เห็นนี่มันสนุกมากจนทำให้แทบลืมอะไรๆ เหล่านั้นไปได้เสียหมด เป็นอย่างที่อาจารย์หรือพ่อว่าไว้เลย หากขังตัวอยู่ในโรงเรียนสตรีที่มีการป้องกันสุดเข้มงวดและปลอดภัยคงไม่มีโอกาสได้พบอะไรแบบนี้แน่

เพราะอย่างนี้ล่ะเธอถึงได้หยุดที่จะออกมาแอบดูโลกภายนอกไม่ได้

ดวงหน้าของชายผู้หนึ่งแวบเข้ามาในห่วงความคิด

’คนคนนั้น’ ก็คงรู้สึกเช่นเดียวกับตนไม่ผิดแน่--ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็ดีน่ะสิ เธอเช็ดน้ำตาที่เล็ดออกมาระหว่างหัวเราะขณะที่คิดเช่นนั้น

 

3

 

โคงามิและซาซายามะมองหน้ากันหลังถอนสายตาจากโทโกะผู้ที่เดี๋ยวก็โกรธ เดี๋ยวงอน เดี๋ยวหัวเราะ แสดงสีหน้าไม่ซ้ำกันเลยตั้งแต่เมื่อครู่

ในคืนนั้น พวกเขาพบเด็กสาวยืนอยู่คนเดียว ณ มุมหนึ่งของเขตรกร้างท่ามกลางสายฝน

เธอผู้สวมชุดกะลาสีและกระโปรงพลีทอัดกลีบที่ถูกรีดอย่างเรียบร้อย ถือกระเป๋านักเรียนหนังสีดำยืนอยู่นั้น ช่างดูไม่เข้ากับสถานที่ที่ทุกสิ่งโดยรอบแปดเปื้อนไปด้วยสิ่งสกปรกเอาเสียเลย

ภาพของร่างที่เปียกปอนด้วยหยาดน้ำฝนซึ่งถูกแสงไฟนีออนหลากสีภายในเขตรกร้างสาดส่องนั้นชวนให้ซาซายามะนึกถึงฉากหนึ่งในหนัง SF ที่เคยดูจนต้องหยุดมอง

คำว่าเพชรในตมอาจจะเป็นสำนวนเก่า แต่ซาซายามะคิดว่ามันช่างเหมาะกับสิ่งที่ตนได้เห็นจริงๆ

ผิวขาวที่มองเห็นผ่านเรือนผมสีดำขลับซึ่งชุ่มไปด้วยน้ำฝนจนแนบติดกับร่างของผู้เป็นเจ้าของ และถูกย้อมให้กลายเป็นหลากสีด้วยแสงไฟนีออนทั้งฟ้า แดง หรือเหลืองนั้นช่างราวกับกำลังแสดงความสั่นไหวในจิตใจของเด็กสาวให้เห็นออกมาเป็นรูปธรรม จนซาซายามะไม่สามารถละสายตาไปจากประกายแสงที่สว่างวับเพียงชั่วครู่นั้นได้

ตอนนี้แม้เด็กสาวจะนั่งอยู่ใต้แสงไฟราบเรียบภายในกรม แต่สีหน้าที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลานั้นก็ยังชวนให้นึกถึงอัญมณีก่อนผ่านการเจียระไนซึ่งเต็มไปด้วยสีสันอันซับซ้อนไม่มีผิด

“เอาเป็นว่าสิ่งที่ฉันอยากจะบอกก็คือให้ความสำคัญกับตัวเองหน่อย!”

อัญมณีจะไม่รู้ว่าผู้อื่นมองประกายอันงดงามของตนด้วยสายตาเช่นไร

และไม่รู้ว่ามันมีเสน่ห์จนบางครั้งอาจกระตุ้นให้ผู้พบเห็นทำอะไรรุนแรงได้

“เพราะเด็กอายุขนาดเธอมีแนวโน้มจะเชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไปล่ะนะ เธอเองก็เคยคิดว่าต่อให้เกิดเรื่องแบบเมื่อกี้ขึ้นก็คงหาทางเอาตัวรอดได้ใข่มั้ยล่ะ”

โทโกะอ้ำอึ้งไปเมื่อถูกซาซายามะพูดใส่เช่นนั้น

“ฟังให้ดีนะ ตอนนี้เธออาจจะคิดว่าไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ตัวเองทำไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำให้มั่นใจอย่างนั้นอยู่ได้คือความไม่รู้ ไม่มีอะไรจะน่าสมเพชไปกว่าการที่ต้องร้องไห้เพราะความโง่ของตัวเองหรอก นี่เป็นคำสอนจากผู้ใหญ่นะ เพราะงั้นไม่ผิดแน่”

“อะไรเล่า... ทำเป็นเก่ง ทั้งๆ ที่เป็นอาชญากรทางความคิดแท้ๆ”

“ฮะๆ มันก็จริง”

ซาซายามะหัวเราะเบาๆ ก่อนจะตบหัวโทโกะปุๆ สองครั้ง แล้วหันไปเก็บข้าวของของเด็กสาวที่กระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะ

เขาเก็บของใช้สีสันสวยงามเหมาะกับเด็กผู้หญิงขึ้นมาทีละชิ้นๆ ซึ่งในของเหล่านั้นมีหนังสือเรียนหรือสมุดกระดาษที่พบเห็นได้ยากแล้วในปัจจุบันปะปนอยู่กับอุปกรณ์อิเล็กโทรนิคอย่าง Tablet หรือ Data Stick ด้วย ดูเหมือนโรงเรียนโอโซของโทโกะคงจะสนับสนุนการใช้เครื่องมือช่วยจำแบบอนาล็อค

นี่สินะเหตุผลที่ได้ชื่อว่า ‘สถานศึกษาอนุรักษ์นิยมอันมีชื่อ’ ระหว่างที่ซาซายามะคิดอย่างชื่นชมพลางกวาดตามองข้าวของที่กระจัดกระจาย สายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับวัตถุชิ้นหนึ่ง

“กล้องเลนส์เดี่ยวนี่นา.....”

ตัวเครื่องสีดำเป็นมันเงาและเลนส์ที่มีขนาดใหญ่กว่ากำปั้นผู้ชายตั้งโดดเด่นอยู่ท่ามกลางวัตถุสีพาสเทลหลากสีสันเช่นชมพูและเหลือง

“แถมนี่มัน NICHROME D7000 นี่! รุ่นโคตรดังเลยนะ? เธอใช้ไอ้นี่เรอะ?”

พูดจบชายหนุ่มก็ยกกล้องขึ้นส่องช่องจับภาพ

“โอ๊ะ! ไอ้ความรู้สึกหน่วงมือแบบนี้มันดีจริง!”

“นี่! อย่าเอาไปเล่นตามใจชอบสิ!”

ซาซายามะเอี้ยวตัวหลบโทโกะผู้เอื้อมมือพยายามแย่งกล้องคืนอย่างสบายๆ แล้วพินิจพิจารณาแต่ละส่วนของกล้องต่อ

“ไอ้นี่ยังใช้ได้อยู่เรอะเนี่ย? นี่มันของเมื่อหลายสิบปีก่อนแล้วนะ? ตั้งแต่สมัยญี่ปุ่นยังเป็นประเทศอุตสาหกรรมน่ะ”

ซาซายามะพูดโดยไม่มีทีท่าสนใจโทโกะที่กระโดดเหยงๆ พยายามจะแย่งของรักของหวงคืน ซ้ำยัง...

“ขอดูข้อมูลหน่อยสิ”

แล้วเขาก็สั่งให้เครื่องสร้างโฮโลแกรมของตนแสดงผลข้อมูลออกมาโดยไม่รอคำอนุญาติจากผู้เป็นเจ้าของ ทำให้ภาพถ่ายจำนวนมากถูกฉายขึ้นมาต่อหน้าทั้งสามคนพร้อมๆ กับที่เสียงกรี๊ดของโทโกะดังลั่นไปทั่วห้อง

“เปิดข้อมูลของคนอื่นดูเองได้ยังไง แย่ที่สุด!!”

“อะไรเล่า มีรูปโป๊เซฟไว้หรือไง?”

"รูปโป๊..... เอ๋?"

“งั้นยิ่งต้องตรวจสอบเข้าไปใหญ่ ♪” *♪ นี่มีตั้งแต่ในต้นฉบับนะเออ นกฮูกเปล่าเติมเองนะ 8D;;;*

“เฮ้ย ซาซายามะ.....”

ภาพที่ถ่ายคู่กับเพื่อน ภาพภายในโรงเรียนหรือบรรยากาศเวลารับประทานอาหาร... ในเหล่ารูปชีวิตประจำวันอันแสนสงบสุขและดูมีระดับของโทโกะนั้น มีรูปถ่ายพื้นที่รกร้างหลายใบเข้าไปปะปนอยู่

“นี่มัน...? รูปที่ถ่ายคืนนี้เหรอ?”

โคงามิถามอย่างข้องใจเมื่อเห็นรูปถ่ายแปลกปลอมเหล่านั้น

“ก็ใช่น่ะสิ! คิดว่าถ้าเป็นในเขตรกร้างล่ะก็น่าจะถ่ายภาพน่าสนใจได้บ้างน่ะ! พอได้แล้วเอาคืนมานะ!”

คราวนี้ซาซายามะเป็นฝ่ายเอ่ยปากถามโทโกะที่กำลังโกรธจนหน้าแดง

“ที่ว่าภาพน่าสนใจนั่น... พูดจริงเรอะ?”

“หา?”

“ทั้งโฟกัสทั้งปรับแสงเละไปหมดอย่างนี้ดูจะเป็นปัญหายิ่งกว่าภาพน่าสนไม่สนอีกมั้ง”

หน้าของโทโกะร้อนวาบและแดงขึ้นยิ่งกว่าเดิมราวกับถูกบังด้วยฟิล์มสีเมื่อถูกว่าเช่นนั้น

“ก็มัน..... คือ.....! ฉันกำลังหัดอยู่นี่!!”

เด็กสาวผู้กำลังทั้งโกรธทั้งอายคว้ากล้องคู่ใจของตนคืนจากมือซาซายามะ ทำให้ภาพโฮโลแกรมที่ฉายอยู่ภายในห้องหายไปทันที

พจนานุกรมของตำรวจไม่มีคำว่าความเป็นส่วนตัวเหรอเนี่ย..... โทโกะคิดพลางพยายามสงบใจที่กำลังเต้นรัว

เธอหันไปทางต้นเสียงเมื่อได้ยินเสียงเครื่องจักรดังวื้อ และเห็นโดรนสำหรับทำงานทั่วไปถือผ้าขนหนูสงบนิ่งอยู่หน้าประตูกระจก ซาซายามะตรงไปหามันด้วยท่าทีเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่ และหยิบผ้าขนหนูโยนให้กับเด็กสาว

เธอรู้สึกสงบลงเมื่อได้สัมผัสเนื้อผ้าชั้นดีและกลิ่นหอมของน้ำยาปรับผ้านุ่ม รู้สึกได้ว่าอารมณ์ที่คุกรุ่นเมื่อครู่จางหายไปและจู่ๆ ร่างกายก็รู้สึกหนักอึ้งขึ้นมา ซึ่งมันทำให้โทโกะรู้ซึ้งถึงความเป็นเด็กของตนเองจนถอนใจออกมาเบาๆ

ความเป็นเด็กอย่างนี้ล่ะที่บั่นทอนความสนใจของ ‘คนคนนั้น’ ที่มีต่อเธอ

 

 

~To be Continued~

 

 

...................... ข้ารู้ข้าเห็นว่าคนอ่านกำลังคิดอะไร(เรอะ)

 

ที่แน่ๆ นกฮูกเชื่อว่าพอเริ่มพาร์ทสองทุกคนคง มีคนอื่นอยู่ในห้องด้วยเรอะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ เพราะอีนี่ก็เป็นเหมือนกันค่ะ แบบที่เถียงกันมาทั้งพาร์ทแรกนั่นไม่ได้อยู่กันสองคนเรอะะะะะะะะะะะะะ อะไรจะโลกส่วนตัวขนาดนั้น กร๊ากกกกกกกก *ทุบโต๊ะรัวๆ*

อ่านไปได้อีกหน่อย... ซาซายามะเถื่อนมาก เถื่อนมากกก 8D;;; จับกดเฉย(แต่ถ้าซาซาไม่ทำอะไรอีนี่ก็แอบสงสัยอยู่ว่าหมาจะแก้ปัญหาที่โทโกะกวนประสาทได้หรือเปล่า กร๊าก) และต่อไปอีกนิด.... หมาเคมาตั้งแต่สมัยเด็กดีแล้วสินะ *เหล่หนอนชาเขียวแถวๆ นี้*

ส่วนพาร์ทสาม... ของอแงค่ะ บทบรรยายช่วงแรกยากนรกแตกมาก ไม่ได้พี่ไทคิช่วยนกฮูกตายอ่ะ ตายยยยยยย ซาซาเจ้าบทเจ้ากลอนไปไหนนนน 8D;;; (อ่านเวอร์อีนี่แปลอาจจะไม่อะไรมากเพราะสกิลนกฮูกไม่ถึง กร๊าก แต่ต้นฉบับยากนรกแตกมากค่ะ พรากกกกกกกกกก) + อ่านแล้วช็อคว่าทำไมซาซาโรแมนติคงี้ เปรียบแต่ละอย่าง.... #ช็อครัวๆ

.................. แต่ลงมาได้อีกหน่อยก็เกรียน Again เอิ่ม...... เดาทางยากกว่าหมาในอนิเมสามตอนแรกอีกมั้ง กร๊าก #น่าน *ทุบโต๊ะรัวๆ อีกที*


ลป. ยิ่งอ่านข้ายิ่งอดจิ้นโคซาซาไม่ได้... *เหล่หนอนชาเขียวแถวๆ นี้อีกที*

ลป2. ไล่ฟังไซโคพาสเรดิโอจนครบ มันฮามากกกกกกกกกกกก คุณเซกิ(คนพากย์หมาชิน) เสื่อม+และชอบรังแกกิโนะ(และคุณโนจิมะคนพากย์กิโนะ)มากกกกกกกก กร๊ากกกกกกกกกก *ทุบ

ลป3. อยากอ่านนิยายไซโคพาสแล้วเหวยยยยยยยยยยย *กลิ้งรอคิโนะโทรเรียก*

Comment

Comment:

Tweet

edit จากเม้นด้านบนนะคะ ><" พอดีมีคนแปลเป็นภาษาอังกฤษเเล้ว คงไม่แปลซ้ำละค่ะ ><" 
จะติดตามผลงานไปเรื่อยๆนะคะ ^^

#7 By Ciel (103.7.57.18|110.77.148.71) on 2013-04-02 14:54

ขอบคุณที่แปลนะค้าาา ><" ชอบมากๆเลย จะรอตอนต่อไปจ้า
 
ซาซายามะเถื่อนใช้ได้ 55  เเต่ก็แอบใจดีอยู่เหมือนกัน 55
จะขอแปลต่อ(บางตอน)เป็นภาษาอังกฤษได้ใหมคะ จะให้ credit เต็มที่เลยค่ะ 

#6 By Ciel (103.7.57.18|110.77.148.71) on 2013-04-02 14:38

นี่โทโกะโดนลืมไป1พาร์ทเต็มๆกันเลยทีเดียวนะคะเนี่ย ฮาาาา

อ่านสองตอนนี้แล้วคิดขึ้นมาว่า ซาซายามะนี่ดูเป็นผู้ใหญ่ดีจังน้อ คำพูดคำจาอะไรแบบนี้ แอบจิ้นซาซา/โทโกะไปแว่บนึง(เอ๊ะ55555)

#5 By -PK-> on 2013-02-17 01:51

ซาซายามะแย่ห์ค่ะ 555 เหมือนจะซกมกผสมเถื่อนผสมใจดี ถ้าชินยะไม่อยู่นี่ฮีจะเลยตามเลยมั้ยเนี่ย 555

#4 By talalan on 2013-02-17 00:28

..เขาสร้างโลกส่วนตัวกันด้วยล่ะ 55555555
สงสารโทโกะถูกลืม.. ส่วนซาซา..แย่มากกก แต่เป็นคนดีกว่าที่คิดไว้แฮะ..
'คนคนนั้น' ..ใช่คนที่คิดอยู่รึเปล่านะ.....
ขอบคุณสำหรับคำแปลค่า

#3 By OnimizU on 2013-02-16 19:55

ตกใจเหมือนกันค่ะว่าที่หมากับซาซาคุยกันตอนที่แล้วไม่ได้อยู่กันแค่สองคนหรอกเรอะ 5555555555
ซาซาแย่มา เถื่อนมาก สถ่อยครบรสจริงๆ กร๊ากกกกกก
แต่ก็ขอย้ำอีกรอบว่าคุณโคตอนนี้เหมือนเมียมากกว่าหัวหน้าจริงๆ... //ขำทุบโต๊ะ 
ขอบคุณสำหรับบทแปลอีกครั้งค่า จะรอตอนหน้านะคะ XD
ซาซายามะนี่มันโคตรสถ่อย...บอกแล้วซับนรกนี่แหละครัฟ เหมาะแมว่กกก = =b

โทโกะแอบแสบ แต่เจอสถ่อยเลยกริบ แต่หมา K กว่าเจ้าหญิงเลยร้องโอ๊ย ว่ะฮ่า

แต่ยิ่งอ่านเรื่องโทมะยิ่งสงสัยเรื่องนั้น (เรารู้กัน) จริงๆ...

เอาเป็นว่า ขอบใจที่แปลเน้อออ แล้วจะรอตอนต่อไปจ้า

ปล.​เรดิโอฮาแมว่กกกกกกก
ปลล. โทรไปถามคิโน่เลย

#1 By +hiyuura+ on 2013-02-15 21:20